ใช้ AI เขียน Ad Copy ให้ธุรกิจคนเดียว: เทมเพลตที่ใช้ได้จริง
อัปเดตล่าสุด 13 กรกฎาคม 2569 · อ่านประมาณ 12 นาที

คำตอบสั้น ๆ
การใช้ AI เขียน ad copy ไม่ได้แปลว่าปล่อยให้ AI ตัดสินใจแทนคุณ แต่คือการให้ AI ร่างตัวเลือกจำนวนมากจากข้อมูลจริงของธุรกิจคุณ แล้วคุณเลือกและปรับให้ตรงกับเสียงของแบรนด์ สำหรับธุรกิจคนเดียวที่ไม่มีทีมครีเอทีฟ นี่คือทางลัดที่ประหยัดเวลาได้มากที่สุด ก้าวแรกที่ควรทำคือ เตรียมข้อมูลสินค้า จุดเจ็บของลูกค้า และตัวอย่างแอดที่เคยได้ผลให้ AI อ่านก่อนเริ่มเขียน ไม่ใช่พิมพ์แค่ชื่อสินค้าแล้วรอคำตอบ
เจ้าของธุรกิจคนเดียวจำนวนมากอยากยิงแอด TikTok หรือ Facebook แต่ติดปัญหาเดียวกันทุกครั้ง: นั่งเขียนแคปชันแอดไม่ออก เพราะไม่ถนัดงานเขียนเชิงครีเอทีฟ และไม่มีงบจ้างคนเขียนก็อปปี้โดยเฉพาะ AI อย่าง ChatGPT หรือ Claude ช่วยแก้ปัญหานี้ได้จริง แต่เฉพาะเมื่อใช้ถูกวิธี ถ้าพิมพ์แค่ชื่อสินค้าแล้วขอให้เขียนแอด สิ่งที่ได้กลับมามักเป็นก็อปปี้ทั่วไปที่ฟังดูเหมือนทุกแบรนด์พูดเหมือนกันหมด บทความนี้อธิบายวิธีใช้ AI เขียน ad copy แบบที่ได้ก็อปปี้เฉพาะตัวของแบรนด์คุณจริง ๆ ทีละขั้น ตั้งแต่การตั้งพรอมต์ การเลือกมุมนำเสนอ ไปจนถึงวิธีทดสอบก่อนเทงบจริง เหมาะกับธุรกิจคนเดียวที่ทำเองทุกอย่างและไม่มีเวลาลองผิดลองถูกนาน
AI เขียน Ad Copy ให้ธุรกิจคนเดียวได้จริงหรือไม่
ได้จริง แต่ในบทบาทของ "คนร่างตัวเลือก" ไม่ใช่ "คนตัดสินใจแทนคุณ" AI เก่งเรื่องผลิตตัวเลือกจำนวนมากในเวลาสั้น ๆ จากมุมที่ต่างกัน เช่น มุมปัญหา มุมผลลัพธ์ หรือมุมคำรับรองจากลูกค้า แต่ AI ไม่รู้จักน้ำเสียงจริงของแบรนด์คุณ ไม่รู้ว่าลูกค้าประจำของคุณคุยกันด้วยคำแบบไหน และไม่รู้ว่าอะไรเคยขายได้จริงกับอะไรที่เคยลองแล้วเงียบ งานของคุณคือป้อนข้อมูลที่ถูกต้องให้ AI แล้วเลือก-ปรับแก้ตัวเลือกที่ได้มา แทนที่จะใช้คำตอบแรกที่เห็นทันที เพราะคำตอบแรกมักเป็นค่ากลางที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับ AI ไม่ใช่ตัวที่ขายได้ดีที่สุดสำหรับคุณ
ลองแบ่งงานให้ชัดตั้งแต่ต้น: ส่วนที่ AI ทำได้ดีคือการผลิตตัวเลือกจำนวนมากเร็ว การสลับมุมนำเสนอ และการปรับความยาวให้พอดีกับแพลตฟอร์ม ส่วนที่ AI ทำได้ไม่ดีคือการรู้ว่าลูกค้าจริงของคุณพูดจาแบบไหน การรู้ว่าคำไหนเคยขายไม่ออกมาก่อน และการตัดสินใจว่าเวอร์ชันไหนคุ้มค่าที่จะเทงบเพิ่ม ถ้าแบ่งงานตามนี้ตั้งแต่แรก คุณจะไม่คาดหวังให้ AI ทำสิ่งที่มันทำไม่ได้ และไม่เสียเวลาพยายามแก้พรอมต์ให้ได้ผลลัพธ์ที่มันไม่มีข้อมูลพอจะให้ได้จริง
โครงสร้างพรอมต์ที่ทำให้ AI เขียน Ad Copy ได้ตรงจุด
พรอมต์ที่ดีต้องมีองค์ประกอบอย่างน้อย 4 ส่วนเสมอ: สินค้าหรือบริการคืออะไรและราคาเท่าไร ลูกค้าเจอปัญหาอะไรก่อนมาเจอคุณ สิ่งที่ทำให้คุณต่างจากคู่แข่งในตลาดเดียวกัน และโทนเสียงที่ต้องการ เช่น เป็นกันเอง จริงจัง หรือกวนนิด ๆ ถ้าขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไป AI จะเดาแทนคุณ ซึ่งมักออกมาเป็นก็อปปี้ทั่วไปที่อ่านแล้วไม่รู้สึกว่าเป็นแบรนด์ไหนโดยเฉพาะ ยิ่งข้อมูลที่ป้อนเจาะจงมากเท่าไร ก็อปปี้ที่ได้กลับมาก็จะเจาะจงตามไปด้วย
สำหรับส่วน "ปัญหาลูกค้า" อย่าเขียนแค่หัวข้อกว้าง ๆ เช่น "อยากผิวสวย" แต่ให้ลงรายละเอียดถึงสถานการณ์จริงที่ลูกค้าเจอ เช่น ใช้แล้วแพ้มาก่อน หรือลองมาหลายยี่ห้อแล้วไม่ได้ผล เพราะ AI จะดึงรายละเอียดเหล่านี้มาสร้างประโยคที่รู้สึกจริงกว่าการพูดกว้าง ๆ ส่วน "จุดต่างจากคู่แข่ง" ก็ควรเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ ไม่ใช่คำโฆษณาลอย ๆ เพราะ AI มักขยายคำที่คุณให้ไปโดยไม่ตรวจสอบ ถ้าให้ข้อมูลเกินจริงไป ก็อปปี้ที่ได้ก็จะเกินจริงตามไปด้วย
สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ AI ไม่จำเป็นต้องเขียนแค่มุมเดียว ด้านล่างคือมุมการเขียนสามแบบที่ใช้กับ AI ได้ผลต่างกันตามสถานการณ์ของสินค้าแต่ละแบบ:
| มุมการเขียน | เหมาะกับ | ตัวอย่างจุดเริ่มพรอมต์ |
|---|---|---|
| Pain-first (เริ่มจากปัญหา) | สินค้าที่แก้ปัญหาเฉพาะเจาะจงของลูกค้ากลุ่มหนึ่ง | "ลูกค้าของฉันมักเจอปัญหา... ทุกวัน จนต้องหาทางแก้" |
| Benefit-first (เริ่มจากผลลัพธ์) | สินค้าที่ผลลัพธ์หลังใช้ชัดเจนและวัดได้ | "หลังใช้สินค้านี้ ลูกค้าจะได้เห็นผลแบบ..." |
| Social proof-first (เริ่มจากคำรับรอง) | ธุรกิจที่มีรีวิวหรือคำบอกเล่าจากลูกค้าจริงอยู่แล้ว | "ลูกค้าคนหนึ่งของฉันเคยบอกว่า..." |
ขอให้ AI เขียนทั้งสามมุมจากข้อมูลชุดเดียวกัน แล้วนำมาเทียบกันก่อนเลือก แทนที่จะขอมุมเดียวแล้วใช้เลย ถ้าไม่แน่ใจว่าจะเริ่มจากมุมไหน ให้ดูว่าลูกค้าที่เคยซื้อของคุณตัดสินใจซื้อเพราะอะไรมากที่สุด แล้วเลือกมุมที่ตรงกับเหตุผลนั้นเป็นตัวหลัก ส่วนอีกสองมุมเก็บไว้ทดสอบในรอบถัดไป
วิธีใช้ AI เขียน Ad Copy สำหรับ TikTok ทีละขั้น
- รวบรวมข้อมูลตั้งต้น: เขียนสินค้า กลุ่มเป้าหมาย ปัญหาที่แก้ จุดต่างจากคู่แข่ง และราคาหรือข้อเสนอ ลงกระดาษเดียวก่อนเปิดโปรแกรม AI เพื่อไม่ให้ลืมส่วนสำคัญระหว่างพิมพ์พรอมต์ ขั้นนี้ใช้เวลาไม่เกินสิบนาทีแต่ตัดสินคุณภาพของทุกขั้นตอนถัดไป
- ขอร่างจากสามมุมพร้อมกัน: สั่ง AI เขียนสามเวอร์ชันตามตารางด้านบนจากข้อมูลชุดเดียวกัน เพื่อให้เห็นความต่างของน้ำหนักการนำเสนอ แล้วขอให้อธิบายสั้น ๆ ว่าทำไมถึงเลือกใช้คำแต่ละคำ จะช่วยให้คุณเข้าใจตรรกะของแต่ละเวอร์ชันก่อนตัดสินใจ
- ปรับให้เข้าเสียงจริงของแบรนด์: อ่านออกเสียงทุกเวอร์ชันที่ได้ ตัดคำที่ไม่ใช่ภาษาที่คุณพูดจริงในชีวิตประจำวันออก เพราะคนดูรู้สึกได้เสมอเมื่อก็อปปี้ฟังดูไม่จริง ถ้ามีคำไหนที่คุณเองยังต้องอ่านซ้ำสองรอบถึงเข้าใจ ให้ตัดทิ้งทันที
- ตัดให้เหลือความยาวที่ TikTok ใช้ได้: หนึ่งถึงสองประโยคแรกต้องหยุดการเลื่อนจอให้ได้ภายในไม่กี่วินาที ส่วนที่เหลือให้กระชับที่สุดเท่าที่ยังสื่อสารครบ ลองอ่านให้คนอื่นฟังแค่สองประโยคแรกแล้วถามว่าอยากรู้ต่อไหม ถ้าคำตอบคือเฉย ๆ ให้กลับไปแก้ประโยคเปิดใหม่
- ทดสอบสองเวอร์ชันจริงพร้อมกัน: ปล่อยงบเล็ก ๆ ให้สองก็อปปี้แข่งกันในสภาพแวดล้อมเดียวกัน ก่อนตัดสินใจเทงบให้เวอร์ชันใดเวอร์ชันหนึ่ง เก็บผลไว้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับการเขียนพรอมต์ครั้งถัดไปด้วย เพราะรูปแบบที่ใช้ได้ผลกับกลุ่มลูกค้าของคุณมักซ้ำเดิมในหลายแคมเปญ
ตัวอย่างการใช้งานจริง
เจ้าของร้านสบู่สมุนไพรทำมือรายหนึ่ง เคยเขียนแอดแบบ "สบู่ธรรมชาติ 100% ไม่ใส่สารเคมี" ซึ่งเป็นประโยคที่แบรนด์สบู่ส่วนใหญ่ในตลาดพูดเหมือนกันหมด ทำให้ไม่มีอะไรทำให้เธอต่างจากคู่แข่งในสายตาคนดู เธอลองป้อนข้อมูลปัญหาลูกค้าที่เจาะจงกว่าเดิม เช่น ผิวแพ้ง่ายจากสบู่ทั่วไปในซูเปอร์มาร์เก็ต และหาซื้อสบู่อ่อนโยนราคาจับต้องได้ยาก ให้ AI เขียนสามมุมตามโครงด้านบน แล้วเลือกเวอร์ชันมุม pain-first มาปรับคำให้เป็นสำนวนที่เธอพูดเองในชีวิตประจำวัน ผลคือก็อปปี้ที่ได้ฟังดูเหมือนเธอเล่าประสบการณ์ตัวเองให้เพื่อนฟัง ไม่ใช่โฆษณาสบู่ทั่วไปที่คนเลื่อนผ่านโดยไม่สนใจ
สิ่งที่เธอทำเพิ่มเติมคือเก็บทุกเวอร์ชันที่ AI เขียนไว้ในเอกสารเดียว พร้อมโน้ตว่าเวอร์ชันไหนได้ทดสอบแล้วและผลเป็นอย่างไร เพื่อให้รอบถัดไปที่ต้องเขียนแอดใหม่ เธอไม่ต้องเริ่มจากศูนย์อีก แต่มีคลังคำและมุมนำเสนอที่รู้แล้วว่าใช้ได้ผลกับกลุ่มลูกค้าของตัวเอง ทำให้เวลาที่ใช้ในการเขียนแอดแต่ละครั้งสั้นลงเรื่อย ๆ
จะรู้ได้อย่างไรว่าเวลาไหนที่ AI เขียนไม่เหมาะกับงานนี้
มีบางสถานการณ์ที่ควรระวังเป็นพิเศษก่อนใช้ AI เขียน ad copy โดยตรง เช่น สินค้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพหรือการเงินซึ่งมีข้อกฎหมายเฉพาะเรื่องคำโฆษณา AI อาจเขียนคำที่ฟังดูดีแต่เข้าข่ายผิดกฎได้ง่าย จึงควรตรวจทานด้วยความรู้จริงของคุณเองทุกครั้งก่อนปล่อยแอด อีกกรณีคือแคมเปญที่ต้องอ้างอิงเหตุการณ์หรือกระแสเฉพาะช่วงเวลา เพราะ AI มักไม่มีข้อมูลล่าสุดพอ ทำให้ก็อปปี้ที่ได้อาจล้าสมัยหรือพลาดบริบทสำคัญไป
กรณีสุดท้ายคือเมื่อคุณมีก็อปปี้ตัวเดิมที่เคยขายดีอยู่แล้ว การให้ AI เขียนใหม่ทั้งหมดอาจทำให้เสียจุดแข็งเดิมไปโดยไม่รู้ตัว วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือให้ AI ช่วยปรับหรือแตกย่อยจากก็อปปี้เดิมที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผล แทนที่จะทิ้งของเดิมแล้วเริ่มใหม่ทุกครั้ง
Checklist ก่อนปล่อยแอด
- มีข้อมูลตั้งต้น (สินค้า ปัญหา จุดต่าง โทนเสียง) ครบก่อนเปิด AI
- ขอร่างอย่างน้อยสองถึงสามมุมเพื่อเทียบ ไม่ใช้เวอร์ชันแรกที่เห็นทันที
- อ่านออกเสียงแล้วรู้สึกว่าเป็นคำที่ตัวเองพูดจริง ไม่ใช่ภาษาโฆษณาแข็ง ๆ
- ประโยคแรกหยุดการเลื่อนจอได้ภายในไม่กี่วินาทีแรก
- มี CTA ที่ชัดเจนหนึ่งอย่างต่อชิ้น ไม่ใส่หลาย CTA พร้อมกันจนคนดูสับสน
- เตรียมสองเวอร์ชันไว้ทดสอบพร้อมกันเสมอ ไม่ปล่อยทีละเวอร์ชัน
- ไม่มีคำอ้างเกินจริงที่พิสูจน์ไม่ได้ปนอยู่ในก็อปปี้
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อใช้ AI เขียน Ad Copy
- ใช้คำตอบแรกจาก AI ทันทีโดยไม่ปรับ — มักได้ก็อปปี้กลาง ๆ ที่ปลอดภัยแต่ไม่มีเสียงเฉพาะของแบรนด์ ทำให้กลืนไปกับแอดอื่นในหน้าฟีด และเสียโอกาสที่จะโดดเด่นจากคู่แข่งที่ใช้ AI เขียนแบบเดียวกัน
- ไม่ให้ข้อมูลปัญหาลูกค้าที่เจาะจงพอ — AI จะเติมด้วยคำทั่วไปที่ใช้ได้กับสินค้าเกือบทุกประเภท ทำให้ก็อปปี้ไม่โดนใครเป็นพิเศษ และวัดผลได้ยากว่าทำไมถึงไม่ได้ผล
- เขียนยาวเกินไปสำหรับ TikTok — คนเลื่อนผ่านภายในวินาทีแรก ถ้าประโยคเปิดไม่หยุดสายตาได้ ก็อปปี้ที่เหลือยาวแค่ไหนก็ไม่มีคนอ่าน ต่อให้เนื้อหาส่วนหลังดีแค่ไหนก็ไม่มีความหมาย
- ทดสอบทีละเวอร์ชันแทนการเทียบคู่ — ทำให้ไม่รู้ว่าเวอร์ชันที่เลือกใช้ดีกว่าจริงหรือแค่ช่วงเวลาที่โพสต์บังเอิญดี และเสียเวลาทดสอบซ้ำในรอบถัดไปโดยไม่ได้ข้อสรุปที่ใช้ต่อได้
- ปล่อยให้คำที่ AI ชอบใช้ซ้ำ ๆ หลุดเข้ามา — เช่นคำหรูเกินจริงหรือประโยคที่ฟังดูเหมือนเขียนโดยเครื่องชัดเจน ให้ตัดออกทุกครั้งที่เจอ เพราะคนดูยุคนี้จับสังเกตได้ไวขึ้นเรื่อย ๆ ว่าอะไรคือก็อปปี้ที่เขียนโดยไม่มีคนจริงอยู่เบื้องหลัง
เครื่องมือที่ช่วยได้ใน SoloKeter
สำหรับคนที่อยากได้จุดเริ่มต้นเร็วกว่านี้ ลองใช้ Ads Copy Generator ของ SoloKeter ใส่ข้อมูลสินค้าและปัญหาลูกค้า ระบบจะร่างก็อปปี้หลายมุมให้ทันที จากนั้นนำไปปรับสำนวนตามขั้นตอนในบทความนี้ ถ้ายังไม่มั่นใจเรื่องงบที่จะใช้ทดสอบก็อปปี้แต่ละเวอร์ชัน ลองคำนวณคร่าว ๆ ก่อนด้วย Google Ads Budget Calculator เพื่อวางแผนงบทดสอบให้พอเหมาะกับกำลังของธุรกิจคนเดียว เครื่องมือทั้งสองใช้คู่กันได้ทันทีโดยไม่ต้องสมัครสมาชิกหรือมีทีมช่วยดูแล
สรุป: ใช้ AI เป็นผู้ช่วยร่าง ไม่ใช่คนตัดสินใจ
AI เขียน ad copy ให้ธุรกิจคนเดียวได้จริง แต่งานที่สำคัญที่สุดยังเป็นของคุณเสมอ: ป้อนข้อมูลปัญหาลูกค้าที่เจาะจง เลือกมุมนำเสนอที่เหมาะกับสินค้า และปรับสำนวนให้เป็นเสียงจริงของแบรนด์ก่อนปล่อยแอดจริง เริ่มจากรวบรวมข้อมูลตั้งต้นหนึ่งหน้ากระดาษวันนี้ แล้วลองขอ AI ร่างสามมุมตามโครงด้านบน จากนั้นเก็บทุกเวอร์ชันไว้เป็นคลังของตัวเองเพื่อให้ครั้งต่อไปเร็วขึ้น ถ้าอยากอ่านเรื่องการยิงแอดสำหรับธุรกิจคนเดียวต่อ ดูที่ ads-for-solo-business-7001 หรือถ้าเน้น TikTok โดยเฉพาะ อ่าน tiktok-ads-7023 เพิ่มเติม และถ้าอยากรู้เรื่องการตั้งงบและวัดผลก่อนเทเงินจริง อ่าน google-ads-solopreneur-6921 ต่อได้เลย
คำถามที่พบบ่อย
ใช้ AI เขียน ad copy ฟรีได้ไหม
ได้ ChatGPT และ Claude เวอร์ชันฟรีเขียนก็อปปี้ได้เพียงพอสำหรับเริ่มต้น สิ่งที่สำคัญกว่าเครื่องมือคือข้อมูลที่ป้อนเข้าไป ถ้าข้อมูลปัญหาลูกค้าเจาะจงพอ เวอร์ชันฟรีก็ให้ผลลัพธ์ที่ใช้ได้จริง
ต้องเขียนพรอมต์ยาวแค่ไหนถึงจะได้ก็อปปี้ที่ดี
ไม่ต้องยาว แต่ต้องครบสี่ส่วน: สินค้า ปัญหาลูกค้า จุดต่างจากคู่แข่ง และโทนเสียง พรอมต์สั้นที่มีครบสี่ส่วนให้ผลดีกว่าพรอมต์ยาวที่พูดวนแต่ขาดข้อมูลสำคัญ
AI เขียนก็อปปี้ซ้ำกับแบรนด์อื่นไหม
มีความเสี่ยงถ้าใช้คำตอบแรกโดยไม่ปรับ เพราะ AI มักตอบด้วยแพทเทิร์นที่ปลอดภัยและคล้ายกันในหลายกรณี วิธีป้องกันคือใส่รายละเอียดเฉพาะของธุรกิจคุณเข้าไปเสมอ แล้วปรับสำนวนให้เป็นภาษาที่คุณพูดจริง
ควรทดสอบก็อปปี้กี่เวอร์ชันต่อครั้ง
เริ่มที่สองเวอร์ชันต่อการทดสอบหนึ่งรอบก็เพียงพอ เพื่อให้เห็นความต่างชัดเจนโดยไม่ใช้งบกระจายเกินไป ถ้ามีงบจำกัด การเทียบสองเวอร์ชันดีกว่าทดสอบสี่ห้าเวอร์ชันพร้อมกันแล้วแยกแยะผลไม่ออก
ถ้าไม่ถนัดตั้งพรอมต์เอง มีทางลัดไหม
มี ลองใช้เครื่องมือสำเร็จรูปอย่าง Ads Copy Generator ของ SoloKeter ซึ่งออกแบบช่องกรอกข้อมูลให้ครบสี่ส่วนที่จำเป็นอยู่แล้ว ช่วยลดขั้นตอนตั้งพรอมต์เองตั้งแต่ต้น
ก็อปปี้ที่ AI เขียนใช้ได้กับทุกแพลตฟอร์มไหม
โครงสร้างพรอมต์ใช้ร่วมกันได้ แต่ความยาวและจังหวะเปิดต้องปรับตามแพลตฟอร์ม TikTok ต้องหยุดสายตาในวินาทีแรกมากกว่า Facebook feed ที่คนเลื่อนช้ากว่าเล็กน้อย
เครื่องมือฟรีที่เกี่ยวข้อง
- CPA / ROAS Calculator — คำนวณ CPL, CPA, conversion rate และ ROAS จากตัวเลขแคมเปญจริง พร้อมคำแนะนำว่าควรปรับอะไร
- Google Ads Budget Calculator — คำนวณ clicks, leads, CPA, revenue และ ROAS ที่คาดหวังจากงบต่อวันของคุณ
- Ads Copy Generator — สร้างข้อความโฆษณา Google / Facebook / TikTok 5 ชุด จากสินค้า จุดขาย และปัญหาลูกค้า
อยากให้ช่วยดูเคสของคุณแบบเฉพาะธุรกิจ?
ส่งเว็บไซต์ ปัญหา หรือเป้าหมายธุรกิจมาให้ช่วยดูเบื้องต้นได้ ไม่มีค่าใช้จ่าย
บทความที่เกี่ยวข้อง
ยิงแอดฉบับธุรกิจคนเดียวยิงแอดคนเดียว สำหรับ เจ้าของร้านออนไลน์
แนวทางเรื่อง ยิงแอดคนเดียว สำหรับ เจ้าของร้านออนไลน์ สำหรับSME ตัวเล็กที่ทำงานคนเดียว พร้อม step-by-step, checklist และเครื่องมือฟรี
อ่านประมาณ 10 นาที
ยิงแอดฉบับธุรกิจคนเดียวตัวคนเดียว TikTok Ads เริ่มต้น
แนวทางเรื่อง ตัวคนเดียว TikTok Ads เริ่มต้น สำหรับSME ตัวเล็กที่ทำงานคนเดียว พร้อม step-by-step, checklist และเครื่องมือฟรี
อ่านประมาณ 10 นาที
ยิงแอดฉบับธุรกิจคนเดียวGoogle Ads งบน้อย ที่ solopreneur ควรรู้
แนวทางเรื่อง Google Ads งบน้อย ที่ solopreneur ควรรู้ สำหรับคนไม่มีทีม marketingที่ทำงานคนเดียว พร้อม step-by-step, checklist และเครื่องมือฟรี
อ่านประมาณ 10 นาที