ร้านออนไลน์คนเดียวอยากทำ Newsletter สไตล์ SaaS ต้องบริหารเวลายังไง
อัปเดตล่าสุด 16 กรกฎาคม 2569 · อ่านประมาณ 12 นาที

คำตอบสั้น ๆ
เจ้าของร้านออนไลน์ที่ทำคนเดียวไม่จำเป็นต้องทำ Newsletter ทุกสัปดาห์แบบทีม SaaS ใหญ่ๆ แค่เลือกจังหวะที่บริหารเวลาไหวจริง เช่น เดือนละ 2 ฉบับ ผูกกับรอบสินค้าเข้าใหม่หรือโปรโมชัน แล้ววัดผลจากยอดคลิกกลับมาที่ร้าน วิธีเริ่มเร็วที่สุดคือหยิบลิสต์ลูกค้าเก่าที่มีอยู่แล้วมาส่งฉบับแรกภายในสัปดาห์นี้
ก่อนเริ่มทำ Newsletter เจ้าของร้านออนไลน์รายหนึ่งเคยส่งข้อความโปรโมชันผ่าน LINE Broadcast แบบไม่มีระบบ นึกได้เมื่อไหร่ก็ส่ง บางเดือนส่ง 4 ครั้ง บางเดือนไม่ส่งเลย ยอดขายจากช่องทางนี้เลยขึ้นๆ ลงๆ ตามอารมณ์ที่ว่างมากพอจะนั่งเขียนข้อความ หลังเปลี่ยนมาทำ Newsletter แบบมีรอบส่งแน่นอนเดือนละ 2 ครั้ง ยอดคลิกกลับมาที่ร้านเริ่มนิ่งขึ้นและคาดเดาได้
ทำไมแนวคิด Newsletter แบบ SaaS ถึงเอามาปรับใช้กับร้านออนไลน์ได้
ทีม SaaS มักใช้ Newsletter เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับผู้ใช้ระหว่างรอบอัปเดตฟีเจอร์ แนวคิดเดียวกันนี้ใช้กับร้านออนไลน์ได้ เพียงแค่เปลี่ยนจาก "ฟีเจอร์ใหม่" เป็น "สินค้าเข้าใหม่ โปรโมชัน หรือเรื่องราวเบื้องหลังร้าน" สิ่งที่เหมือนกันคือการส่งอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ส่งเยอะแต่ไม่แน่นอน
โจทย์จริงคือการบริหารเวลาให้ทำต่อเนื่องได้
ปัญหาของคนทำร้านคนเดียวไม่ใช่ไม่รู้ว่าควรทำ Newsletter แต่คือหาเวลานั่งเขียนไม่ได้ทุกสัปดาห์ วิธีแก้คือลดความถี่ลงให้พอดีกับเวลาที่มีจริง แล้วเตรียมเนื้อหาล่วงหน้าเป็นชุด แทนที่จะเขียนสดทุกครั้งก่อนส่ง
วางระบบ Newsletter ให้ทำไหวคนเดียว
- เลือกความถี่ที่ตรงกับรอบธุรกิจจริง เช่น ผูกกับรอบสินค้าเข้าใหม่แทนการตั้งเป้ารายสัปดาห์
- เตรียมหัวข้อล่วงหน้าเป็นชุด 3-4 ฉบับในคราวเดียว ลดเวลาคิดหัวข้อสดหน้างาน
- ใช้ฐานลูกค้าเก่าที่มีเบอร์หรืออีเมลอยู่แล้วเป็นจุดเริ่ม ไม่ต้องหาลูกค้าใหม่ก่อน
- ใส่ลิงก์กลับมาที่หน้าสินค้าหรือหน้าโปรโมชันทุกฉบับ เพื่อวัดผลได้ชัดเจน
ตัวอย่าง: จากส่งไม่แน่นอน สู่รอบส่งเดือนละ 2 ครั้งที่วัดผลได้
ร้านขายของแต่งบ้านออนไลน์รายหนึ่ง เปลี่ยนจากการส่งโปรโมชันแบบสุ่มผ่าน LINE มาเป็น Newsletter อีเมลรอบแน่นอนวันที่ 1 และ 15 ของทุกเดือน หลังทำต่อเนื่อง 2 เดือน พบว่ายอดคลิกกลับมาที่หน้าเว็บจาก Newsletter คิดเป็นราว 12% ของยอดเข้าชมทั้งหมด และมีคำสั่งซื้อที่มาจากลิงก์ใน Newsletter โดยตรงเฉลี่ยเดือนละ 9-10 ออเดอร์ หลังจากยอดคลิกเริ่มนิ่งในเดือนที่สาม เจ้าของร้านทดลองปรับเวลาส่งจากช่วงเช้าเป็นช่วงเย็น 19:00-20:00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่เลิกงานและมีเวลาเปิดอีเมลมากกว่า พบว่าอัตราเปิดอ่านขยับขึ้นจาก 22% เป็น 29% โดยไม่ต้องเปลี่ยนเนื้อหาใดๆ เลย แสดงให้เห็นว่าบางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่เนื้อหา แต่อยู่ที่จังหวะเวลาที่ส่งออกไปมากกว่า
เลือกเครื่องมือส่ง Newsletter ให้เหมาะกับร้านคนเดียว
ร้านออนไลน์ขนาดเล็กที่มีลูกค้าในลิสต์ไม่เกินสองสามพันคน ไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยแพ็กเกจราคาแพงหรือฟีเจอร์ครบทุกอย่างตั้งแต่วันแรก เครื่องมืออีเมลหลายเจ้ามีแพ็กเกจฟรีสำหรับผู้ติดต่อไม่เกิน 500-1,000 รายชื่อ ซึ่งเพียงพอสำหรับร้านที่เพิ่งเริ่มทำ Newsletter ในช่วงหกเดือนแรก สิ่งที่ควรเช็กก่อนเลือกใช้งานคือความสามารถในการแบ่งกลุ่มลูกค้า เช่น แยกกลุ่มลูกค้าที่ซื้อซ้ำบ่อยออกจากกลุ่มที่ซื้อครั้งเดียว เพื่อส่งเนื้อหาที่ตรงจุดกว่าการส่งข้อความเดียวกันให้ทุกคน
อีกจุดที่มักถูกมองข้ามคือหัวเรื่องอีเมล เพราะเป็นตัวตัดสินว่าลูกค้าจะเปิดอ่านหรือไม่ ทดลองใช้หัวเรื่องที่บอกประโยชน์ชัดเจน เช่น ระบุส่วนลดหรือชื่อสินค้าที่เข้าใหม่ตรงๆ แทนหัวเรื่องที่กว้างเกินไปแบบ "อัปเดตประจำเดือน" จากการเทียบผลของร้านตัวอย่างข้างต้น พบว่าหัวเรื่องที่ระบุชื่อสินค้าตรงๆ ได้อัตราเปิดอ่านสูงกว่าหัวเรื่องทั่วไปประมาณ 20-25% ถ้ายังไม่เคยทำ Newsletter มาก่อนเลยและอยากรู้ขั้นตอนเริ่มต้นแบบละเอียด อ่านเพิ่มเติมได้ที่ อยากทำ Newsletter ต้องรู้อะไรก่อนลงมือสร้างเว็บ และถ้ากังวลว่าทำแล้วจะกินเวลาทั้งสัปดาห์ ลองดูวิธีจัดสรรเวลาได้ที่ ทำ Newsletter คนเดียวยังไงให้ไม่กินเวลาทั้งสัปดาห์
อัตราเปิดอ่านและคลิกของร้านคุณอยู่ในเกณฑ์ดีหรือยัง
เจ้าของร้านหลายคนไม่รู้ว่าตัวเลขที่ได้จาก Newsletter ของตัวเองถือว่าดีหรือแย่ เพราะไม่มีตัวเลขไว้เทียบ สำหรับร้านค้าปลีกออนไลน์ขนาดเล็กในไทย อัตราเปิดอ่านที่ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีคือประมาณ 15-25% ถ้าต่ำกว่า 10% ต่อเนื่องหลายฉบับ มักเป็นสัญญาณว่าหัวเรื่องไม่น่าสนใจพอ หรือฐานลูกค้าเก่าไม่ได้เปิดใช้อีเมลนั้นแล้ว ส่วนอัตราคลิกที่ถือว่าใช้ได้อยู่ที่ 2-5% ของผู้เปิดอ่านทั้งหมด ถ้าเปิดอ่านสูงแต่คลิกต่ำ อาจหมายความว่าเนื้อหาน่าสนใจแต่ปุ่มหรือลิงก์ไม่ชัดเจนพอ อีกตัวเลขที่ต้องเฝ้าดูคืออัตรายกเลิกรับข่าวสาร ซึ่งควรอยู่ต่ำกว่า 0.5% ต่อฉบับ ถ้าสูงกว่านี้ต่อเนื่องหลายรอบ ควรกลับไปทบทวนความถี่ในการส่งหรือเนื้อหาที่ส่งไปว่าตรงกับสิ่งที่ลูกค้าคาดหวังหรือไม่
วิธีแบ่งกลุ่มลูกค้าให้ส่ง Newsletter ตรงจุดมากขึ้น
การส่ง Newsletter ฉบับเดียวกันให้ลูกค้าทุกคนอาจไม่ใช่วิธีที่ได้ผลดีที่สุดเมื่อฐานลูกค้าเริ่มโตขึ้น กลุ่มที่ควรแยกออกจากกันอย่างน้อยคือ กลุ่มลูกค้าที่ซื้อซ้ำภายในสามเดือนล่าสุด กลุ่มลูกค้าที่เคยซื้อครั้งเดียวแล้วหายไปนานกว่าหกเดือน และกลุ่มที่กดสมัครรับข่าวสารแต่ยังไม่เคยซื้อเลย แต่ละกลุ่มควรได้รับเนื้อหาที่ต่างกัน เช่น กลุ่มลูกค้าประจำอาจได้รับข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าเก่าหรือสิทธิ์ซื้อสินค้าใหม่ก่อนใคร ขณะที่กลุ่มที่หายไปนานอาจได้รับอีเมลที่เน้นเล่าเรื่องสินค้าใหม่หรือเหตุผลที่ควรกลับมาซื้ออีกครั้ง ร้านขายของแต่งบ้านที่ยกตัวอย่างไปก่อนหน้านี้ ทดลองแยกส่งอีเมลแบบนี้ในเดือนที่สี่ พบว่ากลุ่มลูกค้าประจำมีอัตราคลิกสูงถึง 8% เทียบกับตอนที่ส่งแบบเดียวกันให้ทุกคนซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 4% เท่านั้น การแบ่งกลุ่มไม่จำเป็นต้องซับซ้อน เริ่มจากแค่สองกลุ่มก่อนก็เพียงพอสำหรับร้านที่เพิ่งเริ่มทำ
เนื้อหาแบบไหนที่ควรสลับใช้ในแต่ละฉบับ
สัดส่วนเนื้อหาที่ใช้ได้ผลดีสำหรับร้านออนไลน์ขนาดเล็กคือ เนื้อหาที่ให้ประโยชน์ประมาณ 70% สลับกับเนื้อหาที่ขายตรงประมาณ 30% ตัวอย่างเนื้อหาที่ให้ประโยชน์ เช่น วิธีดูแลสินค้าให้ใช้งานได้นานขึ้น เรื่องราวเบื้องหลังการคัดเลือกสินค้าเข้าร้าน หรือการตอบคำถามที่ลูกค้าถามบ่อยผ่านแชท ส่วนเนื้อหาที่ขายตรง เช่น สินค้าเข้าใหม่ โปรโมชันช่วงเทศกาล หรือสินค้าที่เหลือน้อยใกล้หมด การสลับสัดส่วนแบบนี้ทำให้ลูกค้าไม่รู้สึกว่าเปิดอีเมลมาเจอแต่การขาย และยังช่วยให้ร้านมีคลังเนื้อหาสำรองไว้ใช้ในเดือนที่ไม่มีสินค้าใหม่หรือโปรโมชันพอดี วิธีที่ช่วยประหยัดเวลาคือดึงเนื้อหาที่เคยโพสต์ในโซเชียลมีเดียมาปรับใช้ซ้ำใน Newsletter แทนการเขียนใหม่ทั้งหมด เพราะเนื้อหาหลายชิ้นที่ได้รับความสนใจดีในโซเชียลมักนำมาปรับเป็นอีเมลได้โดยแทบไม่ต้องแก้อะไรเพิ่ม
หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดด้าน Deliverability ที่ทำให้อีเมลตกไปโฟลเดอร์สแปม
ต่อให้เนื้อหาดีแค่ไหน ถ้าอีเมลตกไปอยู่ในโฟลเดอร์สแปมของลูกค้า ก็ไม่มีใครเห็น ปัญหานี้พบบ่อยในร้านที่ซื้อลิสต์อีเมลมาจากที่อื่นแทนที่จะสร้างฐานลูกค้าเอง หรือส่งให้อีเมลที่ไม่เคยเปิดอ่านเลยติดต่อกันหลายเดือน สิ่งที่ควรทำเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของโดเมนคือ ใช้ระบบยืนยันการสมัครสองขั้นตอนให้ลูกค้ายืนยันก่อนเริ่มส่งจริง ลบหรือหยุดส่งให้อีเมลที่ไม่เปิดอ่านเลยเกิน 6 เดือนออกจากลิสต์หลัก เพราะผู้ให้บริการอีเมลจะมองว่าเป็นสัญญาณลบต่อโดเมนของผู้ส่ง และหลีกเลี่ยงคำที่มักถูกระบบกรองสแปมจับ เช่น การใช้เครื่องหมายตกใจซ้ำๆ หรือคำว่า "ฟรี" "ด่วน" ในหัวเรื่องมากเกินไป ร้านที่เริ่มทำ Newsletter ใหม่ควรทดสอบส่งให้กลุ่มเล็กก่อน แล้วเช็กว่าอีเมลไปอยู่ที่กล่องขาเข้าปกติหรือไม่ ก่อนขยายไปส่งให้ลูกค้าทั้งหมด
ควรรอนานแค่ไหนก่อนตัดสินใจว่า Newsletter ได้ผลหรือไม่
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของเจ้าของร้านคนเดียวคือประเมินผล Newsletter เร็วเกินไป บางคนส่งแค่ 1-2 ฉบับแล้วยังไม่เห็นยอดขายชัดเจนก็เลิกทำไปก่อน ในทางปฏิบัติควรให้เวลาอย่างน้อย 3 รอบส่งติดต่อกัน หรือประมาณ 1-2 เดือนตามความถี่ที่เลือกไว้ เพื่อให้ลูกค้าเริ่มคุ้นเคยกับการได้รับอีเมลจากร้านและมีข้อมูลมากพอจะเปรียบเทียบแนวโน้ม ระหว่างนั้นให้จดตัวเลขอัตราเปิดอ่านและยอดคลิกของแต่ละฉบับไว้ในที่เดียวกัน เพื่อดูว่าตัวเลขขยับขึ้นหรือลงเมื่อเทียบกับฉบับก่อนหน้า ถ้าผ่านไป 2 เดือนแล้วตัวเลขไม่กระเตื้องเลย ค่อยพิจารณาปรับหัวเรื่อง เวลาส่ง หรือเนื้อหาใหม่ทีละจุด แทนที่จะเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกันจนไม่รู้ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนไป
ตัวอย่างที่สอง: ร้านกาแฟคั่วเองที่ใช้ Newsletter แทนการยิงแอดซ้ำทุกเดือน
เจ้าของร้านกาแฟคั่วเองรายหนึ่งที่ขายผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก เคยพึ่งพาการยิงแอดเฟซบุ๊กทุกเดือนเพื่อดันยอดขาย แต่ต้นทุนค่าแอดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ยอดขายไม่ได้โตตาม จึงเริ่มทำ Newsletter รายเดือนคู่ขนานไปกับการยิงแอด โดยเนื้อหาหลักคือแจ้งล็อตกาแฟคั่วใหม่ที่จะเข้ามาในแต่ละเดือน พร้อมเล่าที่มาของเมล็ดกาแฟแต่ละแหล่ง หลังทำต่อเนื่อง 4 เดือน พบว่าลูกค้าประจำที่เปิดอ่าน Newsletter มีอัตราการสั่งซื้อซ้ำสูงกว่าลูกค้าที่มาจากแอดอย่างเดียวถึงสองเท่า และร้านสามารถลดงบยิงแอดลงได้ประมาณ 20% โดยยอดขายรวมไม่ลดลง เพราะ Newsletter ช่วยดึงลูกค้าเก่าให้กลับมาซื้อซ้ำโดยไม่ต้องเสียค่าโฆษณาเพิ่ม
Checklist ก่อนเริ่มทำ Newsletter แบบทำคนเดียวไหว
- กำหนดวันส่งที่แน่นอนต่อเดือน ไม่ใช่ส่งเมื่อมีเวลาว่าง
- มีฐานลูกค้าเก่าอย่างน้อยหนึ่งช่องทางพร้อมเริ่มส่งฉบับแรก
- เตรียมหัวข้อล่วงหน้าเป็นชุดแทนการคิดสดทุกครั้ง
- ใส่ลิงก์วัดผลกลับมาที่ร้านทุกฉบับ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของร้านออนไลน์ที่เริ่มทำ Newsletter
- ตั้งเป้าความถี่สูงเกินเวลาที่มีจริง — ทำได้สองสามฉบับแล้วเลิกไปเงียบๆ
- ไม่มีลิงก์ให้คลิกกลับมาวัดผล — ทำให้ประเมินไม่ได้ว่า Newsletter ช่วยขายได้จริงไหม
- เขียนสดทุกครั้งก่อนส่ง — ใช้เวลานานเกินจำเป็นจนกลายเป็นภาระแทนที่จะเป็นเครื่องมือ
- ไม่แบ่งกลุ่มลูกค้าเลยแม้ฐานลูกค้าจะโตขึ้นมากแล้ว — ส่งเนื้อหาเดียวกันให้ทุกคนทำให้อัตราคลิกลดลงเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับตอนฐานลูกค้ายังเล็ก
ถ้าเคยทำ Newsletter มาก่อนแล้วหยุดไปกลางคันเพราะจัดการเวลาไม่ไหว ไม่จำเป็นต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด แค่กลับมาส่งฉบับแรกพร้อมบอกตรงๆ ว่าห่างหายไปพักหนึ่ง แล้วกลับมาตั้งรอบส่งใหม่ให้เบาลงกว่าที่เคยตั้งไว้ครั้งแรก เพราะเป้าหมายที่ทำได้จริงต่อเนื่องสำคัญกว่าเป้าหมายที่ดูดีแต่ทำได้ไม่กี่ครั้งแล้วต้องหยุดไปอีก
ใช้ Content Calendar Generator วางรอบส่ง Newsletter ล่วงหน้าให้ตรงกับแผนโปรโมชันร้าน และก่อนเริ่มยิงแอดคู่กับ Newsletter ลองเช็กหน้าเว็บให้พร้อมก่อนด้วย Website Audit Lite หรือดูแผนกโฆษณาได้ที่ /ads
สรุป
Newsletter ที่ยั่งยืนสำหรับร้านออนไลน์คนเดียวไม่ได้วัดกันที่ความถี่สูงแบบทีมใหญ่ แต่วัดที่ความสม่ำเสมอในระดับที่บริหารเวลาไหวจริง การผูกรอบส่งเข้ากับจังหวะธุรกิจที่มีอยู่แล้ว เช่น รอบสินค้าเข้าใหม่ ทำให้ทำต่อเนื่องได้นานกว่าการตั้งเป้าที่สวยหรูแต่ทำไม่ไหว มีคำถามเรื่องจังหวะส่งหรือเนื้อหา Newsletter ที่เหมาะกับร้านคุณ คุยกับทีมได้โดยตรงที่ หน้าปรึกษา
คำถามที่พบบ่อย
ควรส่ง Newsletter ผ่านอีเมลหรือ LINE ดีกว่ากันสำหรับร้านออนไลน์
ขึ้นอยู่กับว่าลูกค้าเดิมของร้านคุ้นเคยช่องทางไหนมากกว่า ถ้าลูกค้าส่วนใหญ่ทักผ่าน LINE อยู่แล้ว การใช้ LINE OA broadcast อาจได้อัตราเปิดอ่านสูงกว่าอีเมล
ทำร้านคนเดียวไม่มีเวลาเขียนทุกสัปดาห์ ลดเหลือเดือนละครั้งได้ไหม
ได้ เดือนละครั้งยังดีกว่าไม่ทำเลย ขอแค่ส่งตรงเวลาสม่ำเสมอทุกเดือน ลูกค้าจะเริ่มคุ้นเคยกับจังหวะที่คาดเดาได้
ควรใส่โปรโมชันในทุกฉบับของ Newsletter ไหม
ไม่จำเป็นทุกฉบับ สลับระหว่างเนื้อหาที่ให้ประโยชน์ เช่น วิธีใช้สินค้า กับฉบับที่มีโปรโมชัน จะทำให้ลูกค้าไม่รู้สึกว่าเปิดมาเจอแต่การขายอย่างเดียว
จะรู้ได้ยังไงว่า Newsletter ช่วยขายได้จริงหรือแค่เสียเวลาทำ
ใส่ลิงก์เฉพาะสำหรับ Newsletter ในทุกฉบับแล้วดูจำนวนคลิกและคำสั่งซื้อที่มาจากลิงก์นั้น ถ้าตัวเลขนิ่งหรือเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แปลว่าคุ้มค่าเวลาที่ทำ
ควรเริ่มส่งให้ลูกค้าเก่าทั้งหมดเลย หรือทดลองกับกลุ่มเล็กก่อน
เริ่มกับกลุ่มลูกค้าที่ซื้อซ้ำบ่อยที่สุดก่อน 50-100 คน เพื่อดูอัตราเปิดอ่านและปรับเนื้อหาให้ลงตัว ก่อนขยายไปหาลูกค้าเก่าทั้งหมด
เครื่องมือฟรีที่เกี่ยวข้อง
- Content Calendar Generator — สร้างปฏิทินคอนเทนต์ 4 สัปดาห์ พร้อม topic, hook, CTA และช่องทางที่แนะนำ
- Website Audit Lite — Checklist ตรวจเว็บ 20 ข้อ ครอบคลุม SEO, UX, CTA และ Tracking พร้อมจัด priority
อยากให้ช่วยดูเคสของคุณแบบเฉพาะธุรกิจ?
ส่งเว็บไซต์ ปัญหา หรือเป้าหมายธุรกิจมาให้ช่วยดูเบื้องต้นได้ ไม่มีค่าใช้จ่าย
บทความที่เกี่ยวข้อง
ทำธุรกิจคนเดียวICP สำหรับคนไม่มีประสบการณ์
แนวทางเรื่อง ICP สำหรับคนไม่มีประสบการณ์ สำหรับคนทำ AI toolsที่ทำงานคนเดียว พร้อม step-by-step, checklist และเครื่องมือฟรี
อ่านประมาณ 13 นาที
ทำธุรกิจคนเดียวทำ Landing Page แบบไหนให้ได้ลูกค้าใหม่และปิดการขายได้จริง
เคสตัวอย่างการปรับ Landing Page ของ AI Tool ตัวเล็กที่ทำโดย indie hacker คนเดียว จนอัตราการติดต่อเพิ่มขึ้นชัดเจน พร้อมขั้นตอนที่ทำตามได้
อ่านประมาณ 14 นาที
ทำธุรกิจคนเดียววางแผนเปิดตัวธุรกิจคนเดียว ยังไงให้วันแรกไม่เงียบ
founder คนเดียวที่กำลังเตรียมเปิดตัวธุรกิจใหม่ ควรวางแผน 4 สัปดาห์ก่อนเปิดตัวยังไงให้มีคนรออยู่แล้วตั้งแต่วันแรก
อ่านประมาณ 12 นาที
เกี่ยวกับผู้เขียน
Bob Kanokphon
ผู้ก่อตั้ง SoloKeter
ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ พร้อมประสบการณ์ด้านการตลาดออนไลน์ 10 ปี ดูแลและตรวจทานเนื้อหาทั้งหมดของ SoloKeter ให้ใช้งานได้จริงกับเจ้าของธุรกิจตัวเล็กที่ทำการตลาดด้วยตัวเอง