SoloKeter
SEO

Schema Markup Generator ฟรี — สร้าง JSON-LD ตามมาตรฐาน schema.org

สร้าง JSON-LD structured data สำหรับ Article, BreadcrumbList, LocalBusiness, Organization, Product และ FAQPage พร้อมคำเตือนตรงตามจริงว่า Google รองรับรูปแบบไหนบ้าง

เหมาะกับ: เจ้าของเว็บและคนทำ SEO ที่อยากใส่ structured data ให้ถูกต้องโดยไม่ต้องเขียน JSON เอง

  • ฟรี
  • ไม่ต้องสมัคร
  • ใช้ได้ทันที

สถานะการรองรับ Google rich result: รองรับ

ดูเอกสารต้นทางของ Google

ยังมีจุดที่ควรเติมให้ครบ:

  • ยังไม่ได้ใส่ headline — Google ใช้ฟิลด์นี้เป็นหลักในการแสดงผล
  • ยังไม่ได้ใส่รูปภาพ — Google กำหนดให้ Article rich result ต้องมีรูป
  • ยังไม่ได้ใส่วันที่เผยแพร่
  • ยังไม่ได้ใส่ชื่อผู้เขียน — แนะนำให้ใส่เพื่อความน่าเชื่อถือ

JSON-LD ที่สร้างได้

<script type="application/ld+json">
{
  "@context": "https://schema.org",
  "@type": "Article"
}
</script>
ตรวจสอบผลลัพธ์ด้วย Google Rich Results Test →

สิ่งที่ควรรู้ก่อนใช้ structured data

Structured data ต้องอธิบายเนื้อหาที่แสดงอยู่จริงบนหน้าเว็บ เท่านั้น การใส่ข้อมูลที่ไม่มีอยู่บนหน้าจริง (เช่น ราคาที่ไม่ได้แสดง หรือคำถามที่ไม่มีในหน้า) ถือเป็นการฝ่าฝืนนโยบายสแปมของ Google และอาจทำให้ Google ถอด rich result ทั้งเว็บออก ไม่ใช่แค่หน้านั้นหน้าเดียว

เครื่องมือนี้ไม่สร้าง aggregateRating หรือ review ให้ไม่ว่ากรณีใด เพราะข้อมูลรีวิว/คะแนนต้องมาจากรีวิวจริงที่แสดงอยู่บนหน้านั้น ไม่ใช่ตัวเลขที่ตั้งเอง — ถ้าธุรกิจของคุณมีรีวิวจริงและอยากใส่ schema ส่วนนี้ ควรทำผ่านระบบรีวิวที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่กรอกตัวเลขเอง

เครื่องมือนี้ไม่มีตัวเลือก HowTo เพราะ Google เลิกแสดง HowTo rich result ไปแล้วตั้งแต่กันยายน 2023 ใส่ schema ประเภทนี้ไปก็ไม่มีผลต่อหน้าตาในผลการค้นหาอีกต่อไป

JSON-LD นี้สร้างขึ้นในเบราว์เซอร์ของคุณทั้งหมด ข้อมูลที่กรอกไม่ถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ใด ๆ

Schema Markup Generator คืออะไร

Schema Markup Generator คือเครื่องมือสร้าง JSON-LD structured data จากฟอร์ม รองรับ 6 ประเภทที่ใช้บ่อยที่สุด ได้แก่ Article, BreadcrumbList, LocalBusiness, Organization, Product และ FAQPage กรอกเฉพาะฟิลด์ที่มีข้อมูลจริง ระบบจะตัดฟิลด์ว่างออกให้อัตโนมัติและเตือนถ้าขาดฟิลด์ที่ Google ต้องการ เครื่องมือนี้บอกตรง ๆ ว่าแต่ละประเภทมีโอกาสได้ rich result จริงแค่ไหน และไม่สร้าง aggregateRating หรือ review ให้ไม่ว่ากรณีใด

วิธีใช้

  1. เลือกประเภท schema ที่ตรงกับหน้าเว็บ

    เลือกจาก 6 ประเภทที่รองรับ แต่ละประเภทมีสถานะการรองรับ rich result ต่างกัน อ่านคำอธิบายใต้ตัวเลือกก่อนตัดสินใจ

  2. กรอกเฉพาะข้อมูลที่มีอยู่จริงบนหน้าเว็บ

    ห้ามใส่ข้อมูลที่ไม่ได้แสดงอยู่บนหน้าจริง เช่น ราคาที่ไม่ได้แจ้ง หรือคำถามที่ไม่มีในหน้า เพราะ Google ถือเป็นสแปมและอาจถอด rich result ทั้งเว็บ

  3. ตรวจ warning และแก้ให้ครบก่อนใช้งาน

    ถ้ามีฟิลด์ที่ Google ต้องการแต่ยังไม่ได้กรอก ระบบจะเตือนไว้ใต้ฟอร์ม ควรเติมให้ครบเท่าที่ทำได้เพื่อเพิ่มโอกาสได้ rich result

  4. คัดลอกไปวางในหน้าเว็บแล้วตรวจกับ Google

    คัดลอกทั้ง script tag ไปวางใน <head> หรือท้ายหน้า แล้วนำ URL ไปตรวจกับ Google Rich Results Test เพื่อยืนยันว่า Google อ่านค่าได้ถูกต้อง

สิ่งที่เครื่องมือนี้ทำได้

  • รองรับ 6 ประเภท: Article, BreadcrumbList, LocalBusiness, Organization, Product, FAQPage
  • ตัดฟิลด์ว่างออกจาก JSON-LD ให้อัตโนมัติ ไม่ใส่ค่าว่างหรือ null ปนไป
  • แจ้งสถานะการรองรับ rich result ของ Google ตรงตามจริงในแต่ละประเภท พร้อมลิงก์เอกสารต้นทาง
  • เตือนฟิลด์ที่ Google ต้องการแต่ยังไม่ได้กรอก และเตือน URL ที่ไม่ใช่ absolute URL
  • ไม่มีช่องกรอก aggregateRating หรือ review เลย — ป้องกันการสร้าง schema รีวิวปลอมตั้งแต่ต้นทาง
  • คัดลอกได้ทั้งแบบมี &lt;script&gt; tag พร้อมวาง หรือเฉพาะ JSON เพื่อเอาไปประกอบเอง

ใช้ตอนไหนได้บ้าง

ทำ BreadcrumbList ให้หน้าบทความหรือหน้าสินค้า

ช่วยให้ผลการค้นหาแสดงเส้นทางหน้าเว็บแทน URL เต็ม ทำให้ผู้ใช้เข้าใจโครงสร้างเว็บก่อนคลิกเข้ามา

ใส่ LocalBusiness ให้ธุรกิจหน้าร้าน

ร้านที่มีที่ตั้งจริงควรใส่ schema นี้เพื่อให้ Google เข้าใจชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร และเวลาเปิดปิดชัดเจนขึ้น

ใส่ Product schema สำหรับหน้าสินค้าอีคอมเมิร์ซ

ระบุชื่อ ราคา และสถานะสต็อกให้ Google เข้าใจ แต่ต้องไม่ใส่คะแนนรีวิวปลอม ถ้ามีรีวิวจริงควรต่อกับระบบรีวิวที่ตรวจสอบได้แยกต่างหาก

ตัวอย่าง

บทความพร้อมผู้เขียนและวันที่เผยแพร่

กรอก
Headline, ชื่อผู้เขียน, วันที่เผยแพร่, URL รูปภาพ
ได้ผลลัพธ์
JSON-LD ประเภท Article ที่มีเฉพาะฟิลด์ที่กรอก พร้อม script tag คัดลอกวางได้ทันที

FAQ ที่ตรงกับคำถามบนหน้าเว็บจริง

กรอก
คำถาม-คำตอบ 3 คู่ที่มีอยู่แล้วในหน้าเว็บ
ได้ผลลัพธ์
JSON-LD ประเภท FAQPage พร้อมคำเตือนว่า Google จำกัดการแสดง rich result นี้เฉพาะเว็บรัฐ/สุขภาพเป็นหลัก

ความเป็นส่วนตัว

ข้อมูลที่คุณกรอกถูกแปลงเป็น JSON-LD ในเบราว์เซอร์ของคุณทั้งหมด ไม่มีการส่งขึ้นเซิร์ฟเวอร์หรือบันทึกไว้ที่ใด

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

  • ใส่ FAQPage schema แล้วคาดหวังว่าจะได้ rich result แน่นอน ทั้งที่ตั้งแต่สิงหาคม 2023 Google จำกัดการแสดงผลนี้ไว้เฉพาะเว็บหน่วยงานรัฐและเว็บสุขภาพที่เป็นแหล่งอ้างอิงหลักเป็นส่วนใหญ่
  • ใส่ HowTo schema ทั้งที่ Google เลิกแสดง HowTo rich result ไปแล้วตั้งแต่กันยายน 2023 (เครื่องมือนี้จึงตัดตัวเลือกนี้ออกตั้งแต่ต้น)
  • หวังว่า Organization schema จะทำให้ติด rich result สวยงามเหมือน Product หรือ Article ทั้งที่ Organization ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเบื้องหลังเป็นหลัก ไม่ใช่ rich result ที่เห็นหน้าตาพิเศษด้วยตัวเอง
  • ใส่ราคาหรือคำถามที่ไม่ได้แสดงอยู่บนหน้าเว็บจริง ซึ่งผิดนโยบายสแปมของ Google และเสี่ยงถูกถอด rich result ทั้งเว็บ
  • แต่งตัวเลขคะแนนรีวิวหรือจำนวนรีวิวขึ้นเองเพื่อให้ติดดาวในผลการค้นหา ซึ่งเป็นการปลอมแปลงข้อมูลที่ Google ตรวจจับและลงโทษได้

คำถามที่พบบ่อย

ใส่ schema แล้วได้ rich result ทันทีเลยไหม

ไม่ใช่ Google ยังต้อง crawl หน้าใหม่ ประเมินคุณภาพเนื้อหา และตัดสินใจเองว่าจะแสดง rich result หรือไม่ การใส่ schema ที่ถูกต้องเป็นแค่เงื่อนไขจำเป็น ไม่ใช่การรับประกันผลลัพธ์ และบางประเภทอย่าง FAQPage ตอนนี้แสดงเฉพาะเว็บรัฐ/สุขภาพเป็นหลักแล้ว

ทำไมเครื่องมือนี้ไม่มี HowTo

เพราะ Google ประกาศเลิกแสดง HowTo rich result ในผลการค้นหาไปแล้วตั้งแต่กันยายน 2023 ใส่ schema ประเภทนี้ตอนนี้ไม่มีผลต่อหน้าตาผลการค้นหาอีกต่อไป เครื่องมือจึงตัดตัวเลือกนี้ออกตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ให้เสียเวลากรอกข้อมูลที่ไม่มีผล

ทำไมใส่คะแนนรีวิวสินค้าไม่ได้

เครื่องมือนี้ตั้งใจไม่มีช่องกรอก aggregateRating หรือ review เลย เพราะข้อมูลรีวิวต้องมาจากรีวิวจริงที่แสดงอยู่บนหน้าเว็บเท่านั้น การกรอกตัวเลขคะแนนขึ้นเองถือเป็นข้อมูลปลอมที่ผิดนโยบายของ Google และเสี่ยงถูกลงโทษทั้งเว็บ

Organization schema ช่วยอะไรถ้าไม่ใช่ rich result

ช่วยให้ Google เข้าใจว่าเว็บนี้เป็นตัวแทนขององค์กรไหน มีโลโก้และช่องทางโซเชียลอะไรบ้าง ข้อมูลนี้ถูกใช้ประกอบการแสดงผลอื่น เช่น Knowledge Panel หรือโลโก้ในผลการค้นหาบางกรณี แต่ไม่ได้ทำให้เกิดหน้าตาพิเศษเฉพาะของตัวเองเหมือน Article หรือ Product

ต้องใส่ schema ให้ครบทุกฟิลด์ไหมถึงจะใช้งานได้

ไม่จำเป็น เครื่องมือนี้ตัดฟิลด์ว่างออกให้อัตโนมัติ ใส่เท่าที่มีข้อมูลจริงก็ใช้ได้ แต่ฟิลด์ที่ Google ระบุว่าจำเป็นสำหรับแต่ละประเภท (เช่น headline กับรูปภาพของ Article) ควรใส่ให้ครบเพื่อเพิ่มโอกาสได้ rich result

เครื่องมืออื่นที่ใช้ต่อกันได้

  • Robots.txt Generatorสร้างไฟล์ robots.txt พร้อมกฎ allow/block, sitemap, crawl-delay และตัวควบคุม AI crawler แต่ละตัวเช่น GPTBot, ClaudeBot
  • Website Audit LiteChecklist ตรวจเว็บ 20 ข้อ ครอบคลุม SEO, UX, CTA และ Tracking พร้อมจัด priority
  • Meta Description Generatorสร้าง meta description 5 แบบ ความยาวเหมาะกับ SEO พร้อม CTA แบบนุ่มนวล

บทความที่เกี่ยวข้อง

SEO

On-page SEO พื้นฐานสำหรับมือใหม่

On-page SEO คือการจัดหน้าเว็บให้ Google เข้าใจง่ายและติดอันดับได้ดีขึ้น บทความนี้สรุปสิ่งที่ต้องทำใน 30 นาทีต่อบทความ เข้าใจง่ายสำหรับเจ้าของธุรกิจ

อ่านประมาณ 8 นาที

AI Search

AEO และ GEO คืออะไร

AEO (Answer Engine Optimization) และ GEO (Generative Engine Optimization) คือศัพท์ใหม่ในโลก AI Search บทความนี้อธิบายความหมาย ความต่าง และวิธีเริ่มทำแบบไม่ต้องท่องศัพท์ให้ปวดหัว

อ่านประมาณ 8 นาที

AI Search

FAQ ช่วยให้เว็บติด AI Search ได้จริงไหม

ส่วน FAQ ท้ายบทความไม่ใช่แค่ของตกแต่ง แต่เป็นหนึ่งในรูปแบบเนื้อหาที่ AI Search ชอบดึงไปใช้ตอบคำถามมากที่สุด บทความนี้อธิบายเหตุผลและวิธีเขียน FAQ ให้ได้ผล

อ่านประมาณ 8 นาที

อยากให้ช่วยตีความผลลัพธ์กับธุรกิจของคุณ?

ส่งผลลัพธ์จากเครื่องมือนี้พร้อมบริบทธุรกิจมาให้ช่วยดูเบื้องต้นได้