วิธีคิดงบโฆษณาสำหรับธุรกิจเล็ก
อัปเดตล่าสุด 1 กรกฎาคม 2569 · อ่านประมาณ 8 นาที

คำตอบสั้น ๆ
งบโฆษณาที่ถูกต้องไม่ได้มาจากการเดาว่า 'เดือนละกี่พันบาทน่าจะพอ' แต่มาจากการคำนวณย้อนกลับจากกำไรต่อออเดอร์ก่อน แล้วหาว่าธุรกิจรับต้นทุนต่อลูกค้าหนึ่งคน (CPA) ได้สูงสุดเท่าไหร่โดยยังมีกำไร จากนั้นค่อยแบ่งเป็นงบทดลองสำหรับหาข้อมูลกับงบขยายสำหรับแคมเปญที่พิสูจน์แล้วว่าคุ้ม
งบโฆษณาไม่ควรตั้งจากความรู้สึก แต่ตั้งจากตัวเลขธุรกิจ
เจ้าของธุรกิจเล็กจำนวนมากตั้งงบโฆษณาด้วยคำถามผิด เช่น "เดือนนี้มีเงินเหลือเท่าไหร่ก็ยิงเท่านั้น" หรือ "คนอื่นยิงเดือนละหมื่น เราก็ควรยิงเท่านั้นบ้าง" วิธีคิดแบบนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจเลย
งบโฆษณาที่ถูกต้องต้องคำนวณย้อนกลับจากตัวเลขธุรกิจจริง เริ่มจากกำไรต่อออเดอร์ ไปจนถึงต้นทุนต่อลูกค้าหนึ่งคนที่ยอมรับได้ บทความนี้จะพาไล่ทีละขั้นตอน
ขั้นที่ 1: รู้กำไรต่อออเดอร์ก่อนตั้งงบ
ก่อนตั้งงบสักบาท ต้องรู้ก่อนว่าขายสินค้าหรือบริการหนึ่งครั้งได้กำไรเท่าไหร่ ไม่ใช่ยอดขาย แต่เป็นกำไรหลังหักต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
ตัวอย่างเช่น ร้านขายครีมบำรุงผิวออนไลน์ ขายชิ้นละ 590 บาท ต้นทุนสินค้าและค่าส่งรวม 250 บาท เหลือกำไรต่อออเดอร์ 340 บาท ตัวเลขนี้คือฐานที่ใช้คำนวณต่อในขั้นถัดไป
ขั้นที่ 2: ประเมิน CPA ที่รับได้ (breakeven)
CPA คือต้นทุนที่จ่ายเพื่อให้ได้ลูกค้าหนึ่งคน ถ้า CPA สูงกว่ากำไรต่อออเดอร์ แปลว่ายิงแอดแล้วขาดทุนทันที
จากตัวอย่างร้านครีม กำไรต่อออเดอร์ 340 บาท ถ้าอยากมีกำไรเหลือหลังหักค่าแอดด้วย ควรตั้งเป้า CPA ไม่เกิน 60-70 เปอร์เซ็นต์ของกำไรต่อออเดอร์ เช่น ไม่เกิน 200-230 บาทต่อลูกค้าหนึ่งคน เพื่อเผื่อพื้นที่กำไรไว้ ไม่ใช่ยิงจนเท่าทุนพอดี
อ่านรายละเอียดเรื่องตัวเลขเหล่านี้เพิ่มเติมได้ที่ CTR, CPC, CPA, ROAS คืออะไร
ขั้นที่ 3: แบ่งงบเป็นงบทดลองกับงบขยาย
งบโฆษณาทั้งก้อนควรแบ่งเป็นสองส่วนเสมอ
- งบทดลอง ใช้หาว่าข้อความ กลุ่มเป้าหมาย และแพลตฟอร์มไหนได้ผล มักเป็น 20-30 เปอร์เซ็นต์ของงบทั้งหมดในช่วงเริ่มต้น
- งบขยาย ใช้กับแคมเปญที่พิสูจน์แล้วว่า CPA อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ เพิ่มงบให้แคมเปญที่ทำงานดีอยู่แล้ว
ธุรกิจที่งบน้อยมากอาจต้องใช้เวลานานกว่าจะผ่านช่วงทดลอง อ่านวิธีบริหารงบน้อยเพิ่มเติมได้ที่ งบน้อยยิงแอดยังไงไม่ให้เงินหาย
ขั้นที่ 4: กำหนดสัดส่วนงบต่อรายได้ที่เหมาะกับธุรกิจเล็ก
หลักคร่าว ๆ ที่ใช้ได้กับธุรกิจเล็กส่วนใหญ่คือตั้งงบโฆษณาไว้ที่ 5-15 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายเป้าหมาย โดยธุรกิจใหม่ที่ยังไม่มีฐานลูกค้าอาจต้องใช้สัดส่วนสูงกว่านี้ในช่วงแรกเพื่อสร้างการรับรู้ ส่วนธุรกิจที่มีลูกค้าประจำอยู่แล้วอาจลดสัดส่วนลงและเน้น Retargeting แทน
ตัวอย่างการคำนวณงบจริง
| รายการ | ร้านครีมออนไลน์ | คลินิกความงาม |
|---|---|---|
| กำไรต่อออเดอร์/ลูกค้า | 340 บาท | 1,500 บาท |
| CPA เป้าหมาย (60-70%) | ไม่เกิน 220 บาท | ไม่เกิน 1,000 บาท |
| เป้าลูกค้าใหม่ต่อเดือน | 40 คน | 15 คน |
| งบโฆษณาต่อเดือนโดยประมาณ | 6,000-8,800 บาท | 10,000-15,000 บาท |
ตัวเลขข้างต้นเป็นตัวอย่างเพื่อให้เห็นวิธีคิด แต่ละธุรกิจควรคำนวณจากตัวเลขจริงของตัวเอง ลองใช้ Google Ads Budget Calculator เพื่อประเมินคร่าว ๆ ก่อนเริ่มยิงจริง
ปรับงบยังไงเมื่อเห็นผลแล้ว
หลังยิงแอดไปแล้ว 2-4 สัปดาห์ ให้กลับมาเทียบ CPA จริงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้
- ถ้า CPA จริงต่ำกว่าเป้าหมาย ให้ค่อย ๆ เพิ่มงบทีละ 20-30 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่เพิ่มเท่าตัวทันที เพราะจะทำให้ระบบต้องเรียนรู้ใหม่
- ถ้า CPA จริงสูงกว่าเป้าหมาย ให้กลับไปดูข้อความโฆษณา กลุ่มเป้าหมาย หรือ landing page ก่อนตัดสินใจลดงบหรือหยุดแคมเปญ
ตัวอย่างเคสจริง: ร้านตัดผมชายที่ตั้งงบผิดมา 6 เดือน
ร้านตัดผมชายแห่งหนึ่งเปิดมา 8 เดือน ตั้งงบโฆษณาไว้เดือนละ 3,000 บาทเพราะ "เห็นร้านอื่นก็ยิงประมาณนี้" โดยไม่เคยคำนวณกำไรต่อลูกค้าหนึ่งคนเลย ตัดผมราคา 250 บาท ต้นทุนแชมพู น้ำยา ค่าเช่าเฉลี่ยต่อหัวประมาณ 90 บาท เหลือกำไรจริงต่อลูกค้าประมาณ 160 บาท
หลังยิงแอดไปครบ 6 เดือน เจ้าของร้านลองคำนวณย้อนหลังถึงได้รู้ว่า CPA เฉลี่ยที่จ่ายจริงอยู่ที่ประมาณ 190 บาทต่อลูกค้าใหม่หนึ่งคน ซึ่งสูงกว่ากำไรต่อออเดอร์เสียอีก แปลว่ายิงแอดมาตลอด 6 เดือนแบบขาดทุนสะสมโดยไม่รู้ตัว เพราะดูแค่ "มีคนทักมาเรื่อย ๆ" ไม่เคยเทียบกับกำไรจริง
เมื่อคำนวณใหม่ตามหลักในบทความนี้ ร้านปรับ CPA เป้าหมายให้ไม่เกิน 100 บาทต่อลูกค้าใหม่ (ประมาณ 60% ของกำไรต่อออเดอร์) แล้วปรับกลุ่มเป้าหมายให้แคบลงเฉพาะรัศมี 3 กิโลเมตรรอบร้าน ผลลัพธ์ในเดือนถัดมาคือจำนวนคนทักลดลงจากเดิมประมาณ 30% แต่สัดส่วนที่แปลงเป็นลูกค้าจริงเพิ่มขึ้น และ CPA จริงลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 95 บาท ทำให้ร้านกลับมามีกำไรจากค่าแอดเป็นครั้งแรกในรอบครึ่งปี
บทเรียนจากเคสนี้คือ ตัวเลข "ยิงเท่าไหร่ก็ได้" อันตรายกว่าที่คิด เพราะร้านเล็กที่ไม่คำนวณกำไรต่อออเดอร์ก่อน มักไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าขาดทุนจากค่าแอดอยู่ตลอดเวลาหลายเดือน
Checklist ก่อนตั้งงบโฆษณา
- รู้กำไรต่อออเดอร์หรือต่อลูกค้าหนึ่งคนอย่างชัดเจน
- คำนวณ CPA เป้าหมายที่ยังเหลือกำไรพอสมควร
- แบ่งงบเป็นงบทดลองและงบขยายชัดเจน
- กำหนดสัดส่วนงบต่อรายได้ที่เหมาะกับช่วงธุรกิจ
- มีแผนทบทวนและปรับงบทุก 2-4 สัปดาห์
- ไม่เพิ่มงบเกิน 20-30 เปอร์เซ็นต์ต่อครั้งเมื่อผลดีแล้ว
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ตั้งงบจากความรู้สึกว่ามีเงินเหลือเท่าไหร่ โดยไม่คำนวณกำไรต่อออเดอร์ก่อน
- ไม่รู้ CPA ที่รับได้ จึงไม่รู้ว่าแคมเปญที่ยิงอยู่ขาดทุนหรือกำไร
- เพิ่มงบเร็วเกินไปทันทีที่เห็นผลดี ทำให้ต้นทุนพุ่งกลับขึ้นมาเพราะระบบต้องเรียนรู้ใหม่
- ไม่แบ่งงบทดลองกับงบขยาย ทำให้ใช้เงินเต็มก้อนไปกับแคมเปญที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าคุ้ม
- ลืมนับต้นทุนแฝง เช่น ค่าคอมมิชชันแพลตฟอร์ม ค่าส่ง ทำให้กำไรต่อออเดอร์ที่คำนวณคลาดเคลื่อน
สรุป: งบโฆษณาคือผลลัพธ์ของการคำนวณ ไม่ใช่การเดา
ธุรกิจเล็กที่ตั้งงบโฆษณาได้แม่นยำมักเริ่มจากตัวเลขกำไรต่อออเดอร์และ CPA ที่รับได้เสมอ ไม่ใช่การเดาจากความรู้สึกหรือเทียบกับคู่แข่ง เมื่อมีฐานตัวเลขที่ชัดเจน การตัดสินใจเพิ่มหรือลดงบในแต่ละเดือนจะทำได้ง่ายและมั่นใจขึ้นมาก
คำถามที่พบบ่อย
ธุรกิจใหม่ที่ยังไม่เคยยิงแอดเลย จะรู้ CPA เป้าหมายได้ยังไง
ให้เริ่มจากคำนวณกำไรต่อออเดอร์ก่อน แล้วตั้ง CPA เป้าหมายที่ 60-70 เปอร์เซ็นต์ของกำไรนั้นเป็นจุดเริ่มต้น จากนั้นปรับตามข้อมูลจริงหลังยิงแอดไปสักระยะ
งบโฆษณาควรเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของยอดขาย
ธุรกิจเล็กส่วนใหญ่ใช้สัดส่วน 5-15 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายเป้าหมาย ธุรกิจใหม่ที่ยังไม่มีฐานลูกค้าอาจต้องใช้สัดส่วนสูงกว่านี้ในช่วงแรก
ควรเพิ่มงบโฆษณาเร็วแค่ไหนเมื่อเห็นผลดี
แนะนำเพิ่มทีละ 20-30 เปอร์เซ็นต์ต่อครั้ง ไม่ควรเพิ่มเท่าตัวทันที เพราะระบบโฆษณาจะต้องเรียนรู้ใหม่และอาจทำให้ต้นทุนต่อลูกค้าพุ่งขึ้นชั่วคราว
ถ้างบไม่พอทำทั้งงบทดลองและงบขยาย ควรทำยังไง
ให้เน้นงบทดลองก่อนทั้งหมดในช่วงแรก เพื่อหาว่าข้อความและกลุ่มเป้าหมายไหนได้ผล แล้วค่อยขยับไปงบขยายเมื่อมั่นใจแล้วว่า CPA อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้
ต้องคำนวณงบใหม่บ่อยแค่ไหน
ควรทบทวนอย่างน้อยทุก 1-2 เดือน หรือทันทีที่ต้นทุนสินค้า ราคาขาย หรือค่าแอดในตลาดเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
เครื่องมือฟรีที่เกี่ยวข้อง
- Google Ads Budget Calculator — คำนวณ clicks, leads, CPA, revenue และ ROAS ที่คาดหวังจากงบต่อวันของคุณ
- CPA / ROAS Calculator — คำนวณ CPL, CPA, conversion rate และ ROAS จากตัวเลขแคมเปญจริง พร้อมคำแนะนำว่าควรปรับอะไร
- Ads Copy Generator — สร้างข้อความโฆษณา Google / Facebook / TikTok 5 ชุด จากสินค้า จุดขาย และปัญหาลูกค้า
อยากให้ช่วยดูเคสของคุณแบบเฉพาะธุรกิจ?
ส่งเว็บไซต์ ปัญหา หรือเป้าหมายธุรกิจมาให้ช่วยดูเบื้องต้นได้ ไม่มีค่าใช้จ่าย
บทความที่เกี่ยวข้อง
Adsงบน้อยยิงแอดยังไงไม่ให้เงินหาย
งบโฆษณาหลักร้อยถึงหลักพันต่อวันก็ยิงแอดให้คุ้มได้ ถ้าเลือกเป้าหมายให้แคบ เลือกแพลตฟอร์มให้ตรง และไม่กระจายงบจนไม่มีข้อมูลเรียนรู้
อ่านประมาณ 8 นาที
AdsCTR, CPC, CPA, ROAS คืออะไร
อธิบาย CTR, CPC, CPA, ROAS แบบเข้าใจง่ายสำหรับเจ้าของธุรกิจเล็ก พร้อมตัวอย่างการอ่านค่าจริงจาก report เพื่อรู้ว่าแอดที่ยิงอยู่คุ้มหรือไม่
อ่านประมาณ 8 นาที
Adsยิงแอดครั้งแรกต้องรู้อะไรบ้าง คู่มือฉบับเจ้าของธุรกิจที่ไม่อยากเสียเงินฟรี
ก่อนยิงแอดครั้งแรก มี 7 เรื่องที่ต้องเตรียมให้พร้อม ตั้งแต่เป้าหมาย งบทดลอง landing page ไปจนถึงการวัดผล เพื่อไม่ให้เงินก้อนแรกหายไปเปล่า ๆ
อ่านประมาณ 8 นาที