SoloKeter
SEO

Meta Tag Generator

สร้างโค้ด meta tag ครบชุดสำหรับวางในส่วน head ทั้ง title, description, canonical, robots, Open Graph และ Twitter card

เหมาะกับ: คนที่ดูแลเว็บเองและต้องการโค้ดไปวางจริง ไม่ใช่แค่คำแนะนำ

  • ฟรี
  • ไม่ต้องสมัคร
  • ใช้ได้ทันที

ภาพและข้อความตอนแชร์ลิงก์

โค้ดสำหรับวางในส่วน head

กรอกข้อมูลด้านบนเพื่อดูผลลัพธ์

โค้ดทั้งหมดถูกประกอบขึ้นในเบราว์เซอร์ของคุณ ข้อความและ URL ที่กรอกไม่ถูกส่งออกไปที่ใดและไม่ถูกบันทึกไว้

Meta Tag Generator คืออะไร

เครื่องมือนี้ประกอบโค้ด meta tag ให้จากข้อมูลที่คุณกรอก แล้วคัดลอกไปวางในส่วน head ของหน้าเว็บได้ทันที ครอบคลุม title, meta description, canonical, robots, Open Graph สำหรับตอนแชร์ลิงก์ และ Twitter card ฟิลด์ไหนไม่ได้กรอกจะไม่ถูกใส่ลงในโค้ด และตัวอักษรพิเศษอย่างเครื่องหมายคำพูดหรือ & จะถูกแปลงให้ถูกต้องอัตโนมัติ ทุกอย่างทำงานในเบราว์เซอร์ ไม่มีการส่งข้อมูลออกไปที่ใด

วิธีใช้

  1. กรอก title และ description ของหน้า

    เขียนให้ตรงกับสิ่งที่หน้านั้นให้จริง ๆ ไม่ใช่ยัดคีย์เวิร์ด ถ้ายังไม่แน่ใจว่าความยาวพอดีไหม เปิด SERP Preview ดูควบคู่ไปได้

  2. ใส่ canonical URL แบบเต็ม

    ต้องขึ้นต้นด้วย https:// เสมอ ถ้าใส่เป็น path แบบ /about เครื่องมือจะเตือนให้ เพราะ canonical ที่เป็น relative เป็นสาเหตุที่ทำให้ Google ตีความหน้าซ้ำกันผิดบ่อย

  3. เลือกว่าจะให้หน้านี้เข้าดัชนีหรือไม่

    ถ้าเป็นหน้าปกติปล่อยไว้ที่ index, follow แล้วโค้ดจะไม่มีบรรทัด robots เลย ซึ่งถูกต้องแล้วเพราะเป็นค่าเริ่มต้นอยู่แล้ว

  4. เพิ่มรูปและข้อความตอนแชร์ลิงก์

    ติ๊กใช้ค่าเดียวกับด้านบนได้ถ้าไม่อยากเขียนซ้ำ ส่วน og:image ควรเป็นรูปขนาด 1200×630 และต้องเป็น URL แบบเต็ม ไม่งั้นตอนแชร์รูปจะไม่ขึ้น

  5. คัดลอกโค้ดไปวางในส่วน head

    วางไว้ในส่วน head ของหน้านั้นหน้าเดียว ไม่ใช่ทุกหน้า เพราะ canonical และ title ต้องต่างกันในแต่ละหน้า

สิ่งที่เครื่องมือนี้ทำได้

  • ประกอบโค้ดครบชุดในที่เดียว ทั้ง title, description, canonical, robots, Open Graph และ Twitter card
  • แปลงตัวอักษรพิเศษให้ถูกต้อง — title ที่มีเครื่องหมายคำพูดหรือ & จะไม่ทำให้โค้ดพัง
  • ตัดฟิลด์ที่ไม่ได้กรอกออกให้เอง ไม่มี tag ที่ content ว่างเปล่าหลงเหลือ
  • เตือนเมื่อ canonical, og:image หรือ og:url ไม่ใช่ URL แบบเต็ม
  • ดาวน์โหลดเป็นไฟล์ .html หรือคัดลอกไปวางได้ทันที

ใช้ตอนไหนได้บ้าง

ทำหน้า Landing Page ใหม่แล้วอยากให้ตอนแชร์ลิงก์ขึ้นรูปสวย

กรอก og:title, og:description และ og:image ให้ครบ แล้วโค้ดที่ได้จะทำให้ลิงก์ที่แชร์ใน LINE หรือ Facebook แสดงรูปและข้อความที่คุณกำหนดเอง แทนที่ระบบจะไปหยิบรูปแรกในหน้ามาใช้

มีหน้าที่ไม่อยากให้โผล่ในผลการค้นหา

เช่นหน้าขอบคุณหลังกรอกฟอร์ม หรือหน้าโปรโมชันที่หมดอายุแล้ว เลือก noindex แล้วนำโค้ดไปวาง แต่ต้องไม่บล็อกหน้านั้นใน robots.txt ด้วย ไม่งั้น Google จะเข้าไม่ถึงและไม่เห็น tag นี้

ย้ายเว็บหรือมีหน้าที่เนื้อหาซ้ำกัน

ใส่ canonical ชี้ไปยังหน้าที่คุณอยากให้เป็นตัวหลัก จะช่วยรวมสัญญาณของหน้าที่ซ้ำกันเข้าด้วยกันแทนที่จะแย่งกันเอง

ตัวอย่าง

หน้าบริการที่ต้องการให้แชร์แล้วขึ้นรูป

กรอก
title: รับทำเว็บไซต์ธุรกิจเล็ก / canonical: https://example.com/web-design
ได้ผลลัพธ์
ได้ title, meta description, link rel=canonical, og:title, og:description, og:image, og:type, twitter:card ครบในบล็อกเดียว

หน้าขอบคุณที่ไม่อยากให้เข้าดัชนี

กรอก
เลือก noindex, follow
ได้ผลลัพธ์
<meta name="robots" content="noindex, follow" /> ถูกเพิ่มเข้ามาในโค้ด

ความเป็นส่วนตัว

ข้อความและ URL ทุกอย่างที่คุณกรอกถูกประกอบเป็นโค้ดด้วย JavaScript ในเบราว์เซอร์ของคุณเอง ไม่มีการส่งขึ้นเซิร์ฟเวอร์ ไม่มีการบันทึก และเครื่องมือไม่เปิด URL ที่คุณกรอกด้วย

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

  • วางโค้ดชุดเดียวกันในทุกหน้า ทำให้ canonical ของทุกหน้าชี้ไปที่หน้าเดียวกัน และ Google มองว่าทั้งเว็บมีหน้าเดียว
  • ใส่ og:image เป็น path แบบ /images/cover.jpg แทน URL เต็ม ทำให้ตอนแชร์ลิงก์รูปไม่ขึ้นเลย
  • ใส่ noindex ในหน้าที่บล็อกไว้ใน robots.txt ด้วย ทำให้ Google เข้าไม่ถึงหน้านั้นและไม่มีวันเห็น tag noindex
  • คิดว่า meta description ที่เขียนไว้จะแสดงตามนั้นแน่นอน ทั้งที่ Google เขียน snippet ใหม่เองบ่อยมากตามคำที่คนค้นหา
  • ใส่คีย์เวิร์ดซ้ำ ๆ ใน meta keywords โดยหวังผล ทั้งที่ Google ไม่ใช้ tag นี้มานานมากแล้ว เครื่องมือจึงไม่มีช่องนี้ให้

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมโค้ดที่ได้ไม่มีบรรทัด robots

เพราะคุณเลือกไว้ที่ index, follow ซึ่งเป็นค่าเริ่มต้นของเสิร์ชเอนจินอยู่แล้ว การไม่ใส่ tag กับการใส่ว่า index, follow มีความหมายเหมือนกันทุกประการ ใส่ไปก็ไม่ได้เพิ่มอะไร เครื่องมือจึงใส่ให้เฉพาะตอนที่ค่าต่างจากค่าเริ่มต้นจริง ๆ

meta description ที่กรอกไว้จะแสดงในผลการค้นหาตามนั้นเลยไหม

ไม่เสมอไป Google เขียน snippet ใหม่เองบ่อยมาก โดยดึงข้อความส่วนที่ตรงกับคำค้นหาของแต่ละคนมาแสดงแทน สิ่งที่คุณเขียนจึงเป็นตัวตั้งต้นที่ช่วยได้ แต่ไม่ใช่สิ่งที่ควบคุมได้ 100% ทางที่ได้ผลกว่าคือทำให้เนื้อหาในหน้าตอบคำถามได้ชัดตั้งแต่ย่อหน้าแรก

ต้องใส่ทั้ง Open Graph และ Twitter card เลยไหม

ถ้าติ๊กใช้ค่าเดียวกับด้านบน ก็แทบไม่ต้องกรอกเพิ่มเลย แพลตฟอร์มส่วนใหญ่รวมถึง LINE และ Facebook อ่านจาก Open Graph เป็นหลัก ส่วน twitter:card จะช่วยให้ควบคุมหน้าตาบน X ได้ละเอียดขึ้น ใส่เพิ่มไม่เสียหายเพราะเป็นแค่ tag ไม่กี่บรรทัด

เครื่องมือนี้ต่างจาก SEO Title Generator ยังไง

คนละหน้าที่กันชัดเจน SEO Title Generator กับ Meta Description Generator ช่วยคิดว่าจะเขียนข้อความว่าอะไรดี ส่วนเครื่องมือนี้ไม่แนะนำข้อความให้ แต่รับข้อความที่คุณตัดสินใจแล้วไปประกอบเป็นโค้ดที่ถูกต้องพร้อมวาง ใช้ต่อกันได้

ข้อมูลที่กรอกถูกเก็บไว้ไหม

ไม่ถูกเก็บเลย โค้ดถูกประกอบด้วย JavaScript ในเบราว์เซอร์ของคุณ ปิดหน้าเว็บแล้วข้อมูลหายทันที เครื่องมือไม่ส่งอะไรขึ้นเซิร์ฟเวอร์ และไม่เปิด URL ที่คุณกรอกด้วย

เครื่องมืออื่นที่ใช้ต่อกันได้

  • SERP Previewดูตัวอย่างว่า title และ description ของหน้าจะแสดงและถูกตัดอย่างไรในผลการค้นหา ทั้งบนเดสก์ท็อปและมือถือ
  • Robots.txt Generatorสร้างไฟล์ robots.txt พร้อมกฎ allow/block, sitemap, crawl-delay และตัวควบคุม AI crawler แต่ละตัวเช่น GPTBot, ClaudeBot
  • Schema Markup Generatorสร้าง JSON-LD structured data สำหรับ Article, BreadcrumbList, LocalBusiness, Organization, Product และ FAQPage พร้อมคำเตือนตรงตามจริงว่า Google รองรับรูปแบบไหนบ้าง

บทความที่เกี่ยวข้อง

SEO

On-page SEO พื้นฐานสำหรับมือใหม่

On-page SEO คือการจัดหน้าเว็บให้ Google เข้าใจง่ายและติดอันดับได้ดีขึ้น บทความนี้สรุปสิ่งที่ต้องทำใน 30 นาทีต่อบทความ เข้าใจง่ายสำหรับเจ้าของธุรกิจ

อ่านประมาณ 8 นาที

SEO

Google Search Console ดูอะไรบ้าง

Google Search Console คือเครื่องมือฟรีที่บอกได้ตรงที่สุดว่าเว็บไซต์ของเราอยู่จุดไหนใน Google บทความนี้พาไล่ดูทีละเมนูแบบเข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่

อ่านประมาณ 9 นาที

SEO

เขียนบทความ SEO ยังไงให้คนอ่านจริง

บทความ SEO ที่ดีต้องทั้งติดอันดับ Google และทำให้คนอ่านจริงจนจบ ไม่ใช่แค่ยัดคำค้นหาเยอะๆ บทความนี้สอนวิธีเขียนที่สมดุลระหว่างคนอ่านกับเสิร์ชเอนจิน

อ่านประมาณ 9 นาที

อยากให้ช่วยตีความผลลัพธ์กับธุรกิจของคุณ?

ส่งผลลัพธ์จากเครื่องมือนี้พร้อมบริบทธุรกิจมาให้ช่วยดูเบื้องต้นได้