Selling Price Calculator
คำนวณราคาขายจากต้นทุนและกำไรที่ต้องการ เทียบให้เห็นทั้งแบบ margin และแบบ markup
เหมาะกับ: คนที่กำลังตั้งราคาสินค้าใหม่และอยากได้ตัวเลขเริ่มต้นที่คำนวณมาแล้ว
- ฟรี
- ไม่ต้องสมัคร
- ใช้ได้ทันที
ผลลัพธ์
กรอกข้อมูลด้านบนเพื่อดูผลลัพธ์
สูตรที่ใช้
ราคาขายจากอัตรากำไร = ต้นทุน ÷ (1 − อัตรากำไร ÷ 100)
ราคาขายจาก markup = ต้นทุน × (1 + markup ÷ 100)
เครื่องมือนี้แสดงทั้งสองแบบพร้อมกันโดยตั้งใจ เพราะการบวกต้นทุนขึ้นไป 40% ไม่ได้ทำให้คุณมีอัตรากำไร 40% ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดที่ทำให้ตั้งราคาต่ำกว่าที่ตั้งใจ
ราคาที่ได้เป็นราคาที่ครอบคลุมต้นทุนสินค้าตามเปอร์เซ็นต์ที่คุณตั้งเท่านั้น ยังไม่ได้รวมค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าโฆษณา หรือส่วนลดที่ตั้งใจจะจัด ถ้ามีแผนจะลดราคาอยู่แล้ว ให้ตรวจผลกระทบด้วย เครื่องคำนวณผลกระทบส่วนลด ก่อนสรุปราคาป้าย และราคาที่คำนวณได้ยังต้องผ่านการตรวจกับสิ่งที่ตลาดยอมจ่ายจริงเสมอ
ตัวเลขทั้งหมดถูกคำนวณด้วย JavaScript ในเบราว์เซอร์ของคุณ ไม่ถูกส่งขึ้นเซิร์ฟเวอร์และไม่ถูกบันทึกไว้ ปิดหน้าเว็บแล้วข้อมูลหายทันที
Selling Price Calculator คืออะไร
ใส่ต้นทุนต่อหน่วยกับเปอร์เซ็นต์กำไรที่ต้องการ แล้วเครื่องมือจะแสดงราคาขายสองแบบพร้อมกัน แบบแรกคิดให้กำไรเป็นสัดส่วนของราคาขาย แบบที่สองคือบวกเปอร์เซ็นต์ทับต้นทุนไปตรง ๆ ต้นทุน 700 บาทกับกำไร 40% ให้ราคา 1,166.67 บาทถ้าคิดแบบอัตรากำไร แต่ให้แค่ 980 บาทถ้าบวกทับต้นทุน ต่างกัน 186.67 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นสาเหตุที่หลายร้านตั้งราคาต่ำกว่าที่ตั้งใจไว้
วิธีใช้
รวมต้นทุนต่อหน่วยให้ครบ
ต้นทุนสินค้า ค่าส่ง ค่าบรรจุ และค่าธรรมเนียมที่เกิดต่อการขายหนึ่งครั้ง ยิ่งใส่ครบ ราคาที่ได้ยิ่งใช้ได้จริง
ใส่เปอร์เซ็นต์กำไรที่ต้องการ
ใส่ตัวเลขเดียว แล้วดูสองผลลัพธ์ที่ออกมา ความต่างระหว่างสองราคาคือสิ่งที่เครื่องมือนี้ต้องการให้คุณเห็น
เลือกแบบที่ตรงกับเจตนาของคุณ
ถ้าอยากให้เหลือกำไรเป็นสัดส่วนของยอดขายตามที่ตั้งไว้ ให้ใช้ราคาแบบอัตรากำไร
ตรวจกับตลาดก่อนใช้จริง
ราคาที่คำนวณได้คือราคาที่ธุรกิจคุณต้องการ ยังไม่ใช่ราคาที่ลูกค้ายอมจ่าย ต้องเทียบกับคู่แข่งและมูลค่าที่ลูกค้ารับรู้ด้วยเสมอ
สิ่งที่เครื่องมือนี้ทำได้
- แสดงราคาสองแบบพร้อมกัน เห็นทันทีว่าการบวกทับต้นทุนให้กำไรน้อยกว่าที่คิด
- บอกส่วนต่างเป็นบาทต่อหน่วย ไม่ใช่แค่บอกว่าต่างกัน
- อธิบายตรง ๆ ว่าทำไมกำไร 100% ขึ้นไปแบบอัตรากำไรเป็นไปไม่ได้
- คำนวณในเบราว์เซอร์ ข้อมูลต้นทุนไม่ถูกส่งออก
ใช้ตอนไหนได้บ้าง
ตั้งราคาสินค้าใหม่ก่อนเปิดขาย
ใช้เป็นจุดตั้งต้นที่มีเหตุผลรองรับ แทนการตั้งราคาตามความรู้สึกหรือลอกคู่แข่งมาทั้งดุ้น
ตรวจราคาที่ซัพพลายเออร์แนะนำ
ซัพพลายเออร์มักพูดเป็น markup ลองใส่ตัวเลขเดียวกันดูว่าถ้าคิดเป็นอัตรากำไรแล้วเหลือเท่าไร
ตัวอย่าง
ต้นทุน 700 บาท ต้องการกำไร 40%
- กรอก
- 700 กับ 40%
- ได้ผลลัพธ์
- คิดแบบอัตรากำไรได้ 1,166.67 บาท ส่วนบวก markup 40% ได้ 980 บาท ต่างกัน 186.67 บาท
ความเป็นส่วนตัว
ต้นทุนและเปอร์เซ็นต์ที่กรอกถูกคำนวณในเบราว์เซอร์ของคุณเท่านั้น ไม่ถูกส่งขึ้นเซิร์ฟเวอร์และไม่ถูกบันทึกไว้
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- บวกเปอร์เซ็นต์ทับต้นทุนแล้วเข้าใจว่าได้อัตรากำไรเท่านั้น ซึ่งทำให้กำไรจริงต่ำกว่าที่วางแผนไว้ทุกครั้ง
- ลืมรวมค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มและค่าส่งเข้าไปในต้นทุน ราคาที่ได้จึงไม่พอตั้งแต่ต้น
- ตั้งราคาจากต้นทุนอย่างเดียวโดยไม่ดูว่าตลาดยอมจ่ายเท่าไร
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมใส่เปอร์เซ็นต์เท่ากันแล้วได้ราคาไม่เท่ากัน
เพราะสองสูตรใช้ฐานคนละตัว การคิดแบบอัตรากำไรมองว่ากำไรเป็นสัดส่วนของราคาขาย ส่วน markup มองว่าเป็นสัดส่วนของต้นทุน ราคาขายมากกว่าต้นทุนเสมอ ฐานที่ใหญ่กว่าจึงให้ตัวเลขที่สูงกว่า
ควรใช้แบบไหนดี
ขึ้นกับว่าคุณตั้งเป้าไว้ยังไง ถ้าเป้าหมายคืออยากให้ธุรกิจเหลือกำไรเป็นสัดส่วนของยอดขายตามที่วางแผน ให้ใช้แบบอัตรากำไร ถ้าคุณคุยกับซัพพลายเออร์เป็น markup อยู่แล้วและเข้าใจตรงกัน จะใช้แบบ markup ก็ได้ ขอแค่รู้ว่ากำไรจริงจะได้เท่าไร
ทำไมใส่ 100% แล้วแบบอัตรากำไรคำนวณไม่ได้
เพราะกำไร 100% ของราคาขายแปลว่าต้นทุนต้องเป็นศูนย์ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ถ้าคุณมีต้นทุนจริง เครื่องมือจึงแสดงเฉพาะแบบ markup ในกรณีนั้นแทนการแสดงตัวเลขที่ไม่มีความหมาย
เครื่องมืออื่นที่ใช้ต่อกันได้
- Profit Margin Calculator — คำนวณอัตรากำไร markup และกำไรต่อหน่วย จากราคาขายและต้นทุน
- เครื่องคำนวณราคาและจุดคุ้มทุน — ตั้งราคาเท่าไหร่ถึงคุ้ม จุดคุ้มทุนกี่ชิ้น และเหลือเงินทำแอดได้แค่ไหน
- เครื่องคำนวณผลกระทบส่วนลด/โปรโมชั่น — ลดราคาเท่านี้ ต้องขายเพิ่มกี่ % ถึงจะคุ้ม — คำนวณก่อนจัดโปร 11.11 / 12.12
อยากให้ช่วยตีความผลลัพธ์กับธุรกิจของคุณ?
ส่งผลลัพธ์จากเครื่องมือนี้พร้อมบริบทธุรกิจมาให้ช่วยดูเบื้องต้นได้