CPL Calculator
คำนวณต้นทุนต่อ Lead หนึ่งราย จากค่าโฆษณาและจำนวนผู้สนใจที่ติดต่อเข้ามา
เหมาะกับ: ธุรกิจบริการที่เก็บ Lead ก่อนปิดการขาย ไม่ได้ขายจบในเว็บทันที
- ฟรี
- ไม่ต้องสมัคร
- ใช้ได้ทันที
ผลลัพธ์
กรอกข้อมูลด้านบนเพื่อดูผลลัพธ์
สูตรที่ใช้
CPL = ค่าโฆษณา ÷ จำนวน Lead
CPL ถูกลงแต่ Lead ไม่มีคุณภาพคือกับดักที่เจอบ่อยที่สุด เพราะทีมขายเสียเวลาไปกับคนที่ไม่ซื้อ ควรดู CPL คู่กับอัตราปิดการขายเสมอ ไม่ใช่ไล่ให้ CPL ต่ำที่สุดอย่างเดียว
ตัวเลขทั้งหมดถูกคำนวณด้วย JavaScript ในเบราว์เซอร์ของคุณ ไม่ถูกส่งขึ้นเซิร์ฟเวอร์และไม่ถูกบันทึกไว้ ปิดหน้าเว็บแล้วข้อมูลหายทันที
CPL Calculator คืออะไร
CPL คือต้นทุนต่อการได้ Lead หนึ่งราย คำนวณจากค่าโฆษณาหารด้วยจำนวน Lead วิธีตัดสินว่าแพงไปไหมคือเทียบกับกำไรต่อดีลคูณด้วยอัตราปิดการขายของคุณ ถ้าปิดได้ 1 ใน 5 และกำไรต่อดีล 5,000 บาท แปลว่า Lead หนึ่งรายมีค่าเฉลี่ยราว 1,000 บาท กับดักที่เจอบ่อยคือ CPL ถูกลงแต่คุณภาพ Lead แย่ลง ควรดูคู่กับอัตราปิดการขายเสมอ
วิธีใช้
นับ Lead ให้ตรงกับความจริง
นับเฉพาะคนที่ทิ้งช่องทางติดต่อไว้จริง เช่น ทักแชท กรอกฟอร์ม หรือโทรเข้า ไม่ใช่ทุกคนที่คลิกเข้ามาดู
ใส่ค่าโฆษณาของช่วงเดียวกัน
ถ้าธุรกิจคุณมีวงจรขายยาว Lead ที่เข้ามาเดือนนี้อาจมาจากงบเดือนก่อน ลองคำนวณเป็นไตรมาสประกอบด้วย
เทียบกับมูลค่าของ Lead หนึ่งราย
เอากำไรต่อดีลคูณอัตราปิดการขาย จะได้ตัวเลขว่า Lead หนึ่งรายมีค่าเท่าไร แล้วดูว่า CPL ต่ำกว่านั้นหรือยัง
สิ่งที่เครื่องมือนี้ทำได้
- คำนวณต้นทุนต่อ Lead ทันทีที่พิมพ์
- อธิบายวิธีตัดสินว่าแพงไปไหมด้วยตัวเลขในธุรกิจของคุณเอง
- เตือนกับดัก CPL ถูกแต่ Lead ไม่มีคุณภาพ
- คำนวณในเบราว์เซอร์ ไม่มีการเก็บข้อมูล
ใช้ตอนไหนได้บ้าง
ตั้งเพดานงบต่อเดือนให้ทีมขายรับไหว
ถ้ารู้ CPL และรู้ว่าทีมขายตามได้กี่ Lead ต่อวัน จะคำนวณงบที่เหมาะสมได้ แทนที่จะเร่งงบจนได้ Lead ที่ไม่มีใครตามต่อ
เทียบช่องทางที่ให้ Lead ถูกกับช่องทางที่ให้ Lead ดี
คำนวณ CPL แยกช่องทาง แล้วเอาไปเทียบกับอัตราปิดการขายของแต่ละช่อง จะเห็นว่าช่องที่ดูแพงบางช่องคือช่องที่ทำกำไรจริง
ตัวอย่าง
ค่าโฆษณา 30,000 บาท ได้ 45 Lead
- กรอก
- 30000 ÷ 45
- ได้ผลลัพธ์
- CPL ประมาณ 666.67 บาทต่อ Lead
ความเป็นส่วนตัว
ตัวเลขคำนวณในเบราว์เซอร์ของคุณ ไม่มีข้อมูลลูกค้าหรือข้อมูล Lead ถูกส่งหรือเก็บไว้ที่ใด
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- นับทุกข้อความที่ทักเข้ามาเป็น Lead รวมทั้งคนที่ถามผิดเรื่องหรือขายของ
- ไล่ลด CPL จนได้ Lead ที่ไม่ตรงกลุ่ม แล้วทีมขายเสียเวลาไปกับคนที่ไม่ซื้อ
- ไม่แยก CPL รายช่องทาง จนมองไม่เห็นว่าช่องไหนที่ทำให้ค่าเฉลี่ยเสีย
คำถามที่พบบ่อย
CPL ต่างจาก CAC อย่างไร
CPL คือต้นทุนต่อผู้สนใจหนึ่งราย ส่วน CAC คือต้นทุนต่อลูกค้าที่ซื้อจริงหนึ่งราย ธุรกิจที่ปิดการขายได้ 1 ใน 5 จะมี CAC สูงกว่า CPL ประมาณห้าเท่า และ CAC ยังรวมค่าการขายเข้าไปด้วย
CPL เท่าไหร่ถึงเรียกว่าคุ้ม
ขึ้นกับกำไรต่อดีลและอัตราปิดการขายของคุณ ไม่ใช่ตัวเลขมาตรฐานจากที่ไหน ธุรกิจที่กำไรต่อดีลหลักแสนอาจจ่าย CPL หลักพันได้สบาย ในขณะที่ธุรกิจกำไรต่อดีลหลักร้อยจ่ายไม่ได้เลย
ควรนับคนที่ทักมาถามราคาแล้วเงียบไปเป็น Lead ไหม
นับได้ ขอแค่นับแบบเดียวกันทุกเดือน ถ้าอยากได้ภาพที่คมกว่านี้ ให้แยกเป็น Lead ทั้งหมดกับ Lead ที่ผ่านเกณฑ์เบื้องต้น แล้วคำนวณสองตัวคู่กัน
เครื่องมืออื่นที่ใช้ต่อกันได้
- CAC Calculator — คำนวณต้นทุนในการได้ลูกค้าใหม่หนึ่งราย จากค่าการตลาดและค่าการขายรวมกัน
- Conversion Rate Calculator — คำนวณอัตราการเปลี่ยนผู้เข้าชมเป็นผลลัพธ์ เช่น ทักแชท กรอกฟอร์ม หรือสั่งซื้อ
- CPC Calculator — คำนวณต้นทุนต่อคลิกจากค่าโฆษณาและจำนวนคลิกที่ได้
บทความที่เกี่ยวข้อง
Adsทำไมคนทักเยอะแต่ปิดการขายไม่ได้
ยิงแอดแล้วมีคนทัก LINE เข้ามาเยอะ แต่ยอดขายไม่มา ปัญหานี้มักไม่ได้อยู่ที่แอด แต่อยู่ที่ความเร็วในการตอบ คุณภาพของคนที่ทัก และระบบวัดผลหลังบ้าน
อ่านประมาณ 9 นาที
Adsยิงแอดครั้งแรกต้องรู้อะไรบ้าง คู่มือฉบับเจ้าของธุรกิจที่ไม่อยากเสียเงินฟรี
ก่อนยิงแอดครั้งแรก มี 7 เรื่องที่ต้องเตรียมให้พร้อม ตั้งแต่เป้าหมาย งบทดลอง landing page ไปจนถึงการวัดผล เพื่อไม่ให้เงินก้อนแรกหายไปเปล่า ๆ
อ่านประมาณ 8 นาที
Adsยิงแอดให้คนทัก LINE ต้องวัดผลอะไรบ้าง ถึงจะรู้ว่าคุ้มจริง
ธุรกิจที่ปิดการขายผ่าน LINE มักวัดแค่จำนวนคนทัก ทั้งที่ตัวเลขที่ตัดสินว่าแอดคุ้มไหมคือ lead และยอดขายจริง บทความนี้สอนวัดผลครบทั้ง journey
อ่านประมาณ 8 นาที
อยากให้ช่วยตีความผลลัพธ์กับธุรกิจของคุณ?
ส่งผลลัพธ์จากเครื่องมือนี้พร้อมบริบทธุรกิจมาให้ช่วยดูเบื้องต้นได้