Prompts ฟรี สำหรับนักการตลาด
รวม 87+ Prompt และ Template ครอบคลุมงานการตลาดทุกด้าน ตั้งแต่ SEO, Ads, Social Media, Email/LINE, Sales, Branding, Media Planning, Copywriting, Content Creator ไปจนถึง Analytics, Tracking และ Strategy — ทุกตัวเลือกได้ 2 แบบ: Prompt สั่ง AI — copy ไปวางใน ChatGPT / Claude / Gemini แล้วให้ AI ทำงานให้เลย หรือ Template กรอกเอง แบบดั้งเดิม สำหรับวางใน Google Docs / Notion
Google Ads Report Template
โครงรายงานผลแอดรายสัปดาห์/รายเดือน แบบที่เจ้าของธุรกิจอ่านรู้เรื่อง
เหมาะกับ: คนยิงแอดเองหรือรับดูแลแอดให้คนอื่น
คุณคือ Google Ads Analyst ที่อธิบายให้เจ้าของธุรกิจฟังรู้เรื่อง ฉันจะวางตัวเลขจาก Google Ads ของฉันให้ (ถ้ายังไม่ได้วาง ให้บอกฉันว่าต้องไปคัดลอกคอลัมน์ไหนบ้างจากหน้า Campaigns: Impressions, Clicks, CTR, Avg. CPC, Cost, Conversions, Cost/Conv. ช่วงเวลา 7 หรือ 30 วัน): [วางตัวเลข/ตารางจาก Google Ads ตรงนี้] ข้อมูลเสริม: กำไรเฉลี่ยต่อลูกค้า 1 คน = [กรอก] บาท งานของคุณ: สรุปรายงานแบบภาษาคน ตามโครงนี้ 1. ภาพรวม: ใช้เงินเท่าไหร่ ได้อะไรกลับมา คุ้มหรือยัง (เทียบ CPA กับกำไรของฉัน) 2. วินิจฉัย: ปัญหาอยู่ที่แอด (CTR), ราคา (CPC), หน้าเว็บ (conversion) หรือ tracking — ไล่ตามลำดับ 3. แคมเปญ/คำที่ดีที่สุดและแย่ที่สุด พร้อมเหตุผล 4. สิ่งที่ต้องทำสัปดาห์หน้า 3 ข้อ เรียงตามผลกระทบ 5. คำเตือนถ้าข้อมูลยังน้อยเกินกว่าจะสรุป กติกา: ห้ามศัพท์เทคนิคโดยไม่อธิบาย ตอบภาษาไทย ตัวเลขไหนไม่แน่ใจให้บอกว่าต้องดูอะไรเพิ่ม
วิธีใช้: กด Copy แล้วไปวางใน ChatGPT / Claude / Gemini — เติมข้อมูลใน [กรอก] หรือปล่อยว่างให้ AI ถามเอง
Monthly Marketing Report Template
รายงานสรุปผลการตลาดทุกช่องทางรวมในหน้าเดียว อ่านง่ายแม้ไม่ใช่สายมาร์เก็ตติ้ง
เหมาะกับ: เจ้าของธุรกิจที่อยากเห็นภาพรวมทุกเดือนโดยไม่ต้องเปิดหลายแดชบอร์ด
คุณคือที่ปรึกษาการตลาดที่สรุปผลให้เจ้าของธุรกิจที่ไม่ถนัดตัวเลข ข้อมูลของฉัน (ถ้าช่องไหนว่าง ให้ถามฉันจนครบก่อน): - ธุรกิจ + สินค้า/บริการ: [กรอก] - ช่องทางการตลาดที่ใช้เดือนนี้ พร้อมงบที่ใช้แต่ละช่องทาง: [กรอก] - ตัวเลขที่มี (ยอดขาย, ยอดคลิก, จำนวนลูกค้าใหม่ ฯลฯ) เท่าที่มี: [กรอก] - เป้าหมายที่ตั้งไว้เดือนนี้: [กรอก] - เดือนที่แล้วทำอะไรไปบ้าง (ถ้ามีรายงานเก่า): [กรอก] งานของคุณ: 1. สรุปภาพรวมเป็นย่อหน้าสั้นๆ อ่านจบใน 30 วินาที (ขายดีขึ้นหรือแย่ลง เพราะอะไร) 2. จัดตารางเปรียบเทียบแต่ละช่องทาง | ช่องทาง | งบที่ใช้ | ผลลัพธ์หลัก | ต้นทุนต่อลูกค้า | ควรทำต่อไหม | |---|---|---|---|---| 3. ชี้ 2-3 อย่างที่ "ได้ผลจริง" พร้อมเหตุผลจากตัวเลข ไม่ใช่ความรู้สึก 4. ชี้ 2-3 อย่างที่ "ไม่คุ้ม" พร้อมข้อเสนอว่าควรหยุดหรือปรับยังไง 5. เทียบกับเป้าที่ตั้งไว้ว่าบรรลุหรือไม่ ถ้าไม่บรรลุ วิเคราะห์ว่าจุดไหนคือคอขวด 6. เสนอโฟกัส 1 อย่างสำหรับเดือนหน้า พร้อมเหตุผลว่าทำไมควรเลือกอันนี้ก่อน กติกา: ตอบภาษาไทย ใช้ตัวเลขที่ฉันให้มาเท่านั้น ห้ามเดาตัวเลขที่ไม่มี ห้ามการันตีผลลัพธ์เดือนถัดไป
วิธีใช้: กด Copy แล้วไปวางใน ChatGPT / Claude / Gemini — เติมข้อมูลใน [กรอก] หรือปล่อยว่างให้ AI ถามเอง
UTM Link Builder Guide
สร้างลิงก์ UTM ให้ถูกต้องทุกแคมเปญ เพื่อรู้ว่ายอดขายมาจากช่องทางไหนจริง
เหมาะกับ: คนยิงแอดหลายช่องทางที่ข้อมูลเริ่มปนกันจนแยกไม่ออก
คุณคือผู้เชี่ยวชาญด้าน Marketing Tracking ที่ช่วยธุรกิจไทยตั้งระบบ UTM ให้ใช้งานได้จริงและไม่พังกลางทาง ข้อมูลของฉัน (ถ้าช่องไหนว่าง ให้ถามฉันจนครบก่อน): - เว็บไซต์/หน้า Landing Page ที่จะยิงแอด: [กรอก] - ช่องทางที่ยิงพร้อมกัน (Facebook, Google, TikTok, LINE, Email ฯลฯ): [กรอก] - ชื่อแคมเปญ/โปรโมชันที่กำลังจะทำ: [กรอก] - ตอนนี้มีระบบตั้งชื่อ UTM อยู่แล้วหรือยัง (ถ้ามี ส่งตัวอย่างมาด้วย): [กรอก] - ใครเป็นคนสร้างลิงก์ (คนเดียว/หลายคน/มีเอเจนซี่): [กรอก] งานของคุณ: 1. ออกแบบกติกาตั้งชื่อ utm_source / utm_medium / utm_campaign / utm_content ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกช่องทาง (ระบุตัวอย่างค่าที่ใช้ได้จริง ไม่ใช่ทฤษฎี) 2. สร้างลิงก์ UTM ให้ครบทุกช่องทางที่ฉันบอก จากฐาน URL ที่ให้มา 3. ทำตารางสรุปลิงก์ทั้งหมด (ช่องทาง / UTM เต็ม / ใช้ทำอะไร) 4. เตือนจุดที่มักพลาดบ่อย (พิมพ์เล็ก-ใหญ่ไม่ตรงกัน, เว้นวรรคในค่า, สร้างซ้ำจนข้อมูลปนกันใน GA4) 5. แนะนำวิธีเก็บลิงก์ทั้งหมดไว้ที่เดียว (โครงสร้างชีต) เพื่อให้ทีมไม่สร้างซ้ำ กติกา: ตอบภาษาไทย ให้ลิงก์ที่ copy ไปใช้ได้ทันที ห้ามการันตีว่าจะวัดผลแม่นยำ 100%
วิธีใช้: กด Copy แล้วไปวางใน ChatGPT / Claude / Gemini — เติมข้อมูลใน [กรอก] หรือปล่อยว่างให้ AI ถามเอง
GA4 Setup Checklist
เช็กลิสต์ติดตั้ง Google Analytics 4 ให้วัดผล conversion ได้ถูกต้องตั้งแต่แรก
เหมาะกับ: คนเพิ่งทำเว็บใหม่หรือยังไม่เคยตั้งค่า GA4 อย่างจริงจัง
คุณคือที่ปรึกษาติดตั้ง Google Analytics 4 ที่อธิบายให้คนไม่ถนัดเทคนิคเข้าใจได้ ไม่ใช้ศัพท์ลอยๆ โดยไม่อธิบาย ข้อมูลของฉัน (ถ้าช่องไหนว่าง ให้ถามฉันจนครบก่อน): - เว็บไซต์สร้างด้วยอะไร (WordPress, Shopify, Wix, เขียนเอง ฯลฯ): [กรอก] - ใครเป็นคนดูแลเว็บ (ตัวเอง/ช่าง/เอเจนซี่): [กรอก] - Conversion ที่ต้องการวัด (เช่น กดโทร, แชท LINE, กรอกฟอร์ม, สั่งซื้อ): [กรอก] - เคยตั้ง GA4 หรือ Google Tag Manager มาก่อนหรือยัง: [กรอก] - ยิงแอดผ่านช่องทางไหนบ้าง (Google Ads, Facebook ฯลฯ): [กรอก] งานของคุณ: 1. บอกขั้นตอนติดตั้ง GA4 ทีละขั้น เรียงตามลำดับที่ต้องทำจริง ไม่ข้ามขั้น 2. สำหรับแพลตฟอร์มเว็บไซต์ที่ฉันบอก (เช่น WordPress) ระบุวิธีติดโค้ดที่เหมาะกับแพลตฟอร์มนั้นโดยเฉพาะ 3. แปล Conversion ที่ฉันต้องการให้เป็น Event ใน GA4 พร้อมชื่อ event ที่ควรตั้ง และวิธีตั้งเป็น conversion 4. อธิบายศัพท์ทุกคำที่ใช้ (เช่น Measurement ID, Data Stream, Realtime) เป็นภาษาที่คนไม่เคยใช้ GA4 เข้าใจ 5. บอกวิธีทดสอบว่าติดตั้งถูกต้องหรือไม่ ก่อนเริ่มยิงแอดจริง 6. ถ้าฉันบอกว่ายิงแอด Google Ads ให้บอกขั้นตอนเชื่อม GA4 กับ Google Ads ด้วย กติกา: ตอบภาษาไทย อธิบายทีละขั้นแบบทำตามได้จริงแม้ไม่มีพื้นฐานเทคนิค ห้ามการันตีว่าข้อมูลจะแม่นยำ 100%
วิธีใช้: กด Copy แล้วไปวางใน ChatGPT / Claude / Gemini — เติมข้อมูลใน [กรอก] หรือปล่อยว่างให้ AI ถามเอง
Marketing KPI Dashboard Planner
กำหนดว่าควรดู KPI ไหนรายสัปดาห์/รายเดือน ไม่ให้จมกับตัวเลขที่ไม่สำคัญ
เหมาะกับ: คนที่มีข้อมูลเยอะแต่ไม่รู้จะโฟกัสตัวเลขไหนก่อน
คุณคือที่ปรึกษาการตลาดที่ช่วยเจ้าของธุรกิจเลือกโฟกัสตัวเลขให้ถูก ไม่จมกับข้อมูลที่ไม่สำคัญ ข้อมูลของฉัน (ถ้าช่องไหนว่าง ให้ถามฉันจนครบก่อน): - ธุรกิจ + เป้าหมายหลักตอนนี้ (หาลูกค้าใหม่/ขายซ้ำ/สร้างแบรนด์): [กรอก] - ช่องทางการตลาดที่ใช้อยู่: [กรอก] - ตัวเลขที่ตอนนี้มีเก็บอยู่แล้ว (ระบุมาทั้งหมดเท่าที่มี): [กรอก] - เครื่องมือที่ใช้ดูข้อมูล (GA4, Ads Manager, ชีต ฯลฯ): [กรอก] - ใครเป็นคนดู Dashboard นี้ (ตัวเอง/ทีม/นักลงทุน): [กรอก] งานของคุณ: 1. จากเป้าหมายที่ฉันบอก เลือก KPI 3-5 ตัวที่ "สำคัญที่สุด" พร้อมเหตุผลว่าทำไมตัวอื่นไม่จำเป็นตอนนี้ 2. จัดตาราง KPI แยกตามรอบดู | KPI | ดูรอบไหน (สัปดาห์/เดือน) | เป้าที่ควรตั้ง | ดึงข้อมูลจากไหน | |---|---|---|---| 3. ระบุว่า KPI ตัวไหนที่ฉันอาจกำลังดูอยู่แต่ "ไม่ควรใช้ตัดสินใจ" พร้อมเหตุผล 4. เสนอเกณฑ์ "แจ้งเตือนด่วน" ที่ควรรีบดูทันทีไม่ต้องรอรอบปกติ พร้อมตัวเลขอ้างอิงจากอุตสาหกรรมของฉัน ถ้าประเมินได้ 5. ออกแบบโครงหน้า Dashboard ง่ายๆ ที่ใช้ชีตหรือเครื่องมือที่ฉันมีอยู่แล้วทำได้เลย ไม่ต้องซื้อเครื่องมือใหม่ กติกา: ตอบภาษาไทย เจาะจงตาม KPI ที่เกี่ยวกับธุรกิจฉันจริง ห้ามการันตีว่าตัวเลขจะดีขึ้นแน่นอน
วิธีใช้: กด Copy แล้วไปวางใน ChatGPT / Claude / Gemini — เติมข้อมูลใน [กรอก] หรือปล่อยว่างให้ AI ถามเอง
A/B Test Design & Statistical Analysis Prompt
ออกแบบการทดสอบ A/B ให้ถูกต้องทางสถิติ และอ่านผลไม่ให้สรุปผิดจากตัวเลขสุ่ม
เหมาะกับ: คนทดสอบหน้าเว็บ/โฆษณาที่อยากมั่นใจว่าผลทดสอบเชื่อถือได้จริง
คุณคือ Data Scientist / CRO (Conversion Rate Optimization) Specialist ที่เชี่ยวชาญการออกแบบและวิเคราะห์ A/B Test เชิงสถิติมากว่า 10 ปี ข้อมูลของฉัน (ถ้าช่องไหนว่าง ให้ถามฉันจนครบก่อน): - สิ่งที่จะทดสอบ (หน้าเว็บ/โฆษณา/ข้อความ) และตัวแปรที่เปลี่ยน: [กรอก] - Metric หลักที่จะวัดผล (เช่น conversion rate, CTR, add-to-cart): [กรอก] - Baseline (อัตราปัจจุบันของ metric นี้): [กรอก] % - Traffic เฉลี่ยต่อวันที่เข้าหน้านี้/แคมเปญนี้: [กรอก] คน/วัน - ผลต่างขั้นต่ำที่อยากตรวจจับได้ (MDE) หรือถ้าไม่รู้ ให้ฉันช่วยแนะนำ: [กรอก] - จำนวนกลุ่มทดสอบ (A/B หรือ A/B/C...): [กรอก] - (ถ้ามีผลทดสอบแล้ว) จำนวนผู้เข้าชมและ conversion ของแต่ละกลุ่ม: [กรอก] งานของคุณ: 1. ตรวจสอบว่าสมมติฐานของฉันชัดเจนพอทดสอบได้ไหม (testable hypothesis) ถ้าไม่ชัด ช่วยเขียนใหม่ในรูปแบบ "ถ้าเปลี่ยน [X] แล้ว [metric] จะ [เพิ่ม/ลด] เพราะ [เหตุผล]" 2. คำนวณขนาดตัวอย่าง (sample size) ที่ต้องใช้ต่อกลุ่ม โดยแสดงสูตรและขั้นตอนคำนวณจริงจากตัวเลขที่ฉันให้ (ใช้ alpha 0.05 และ power 80% เป็นค่ามาตรฐาน เว้นแต่ฉันระบุอื่น) 3. คำนวณระยะเวลาทดสอบขั้นต่ำจาก sample size ÷ traffic ต่อวัน และเตือนถ้าระยะเวลาที่ได้สั้นกว่า 1 รอบสัปดาห์ธุรกิจ (เสี่ยง day-of-week bias) 4. เสนอ guardrail metrics ที่ควรจับตาไม่ให้แย่ลงระหว่างทดสอบ 5. ถ้าฉันให้ผลทดสอบมาแล้ว ให้คำนวณหรืออธิบายวิธีอ่านค่า p-value และ significance (นัยสำคัญทางสถิติ — โอกาสที่ผลต่างที่เห็นเกิดจากความบังเอิญ) และสรุปว่าผลต่างที่เห็น "มีนัยสำคัญทางสถิติจริง" หรือ "ยังสรุปไม่ได้เพราะตัวอย่างน้อยไปหรือสุ่มเกินไป" 6. เตือน pitfall ที่พบบ่อย เช่น การหยุดทดสอบก่อนกำหนดเพราะเห็นตัวเลขดีขึ้นเร็ว (peeking), การทดสอบหลาย metric พร้อมกันโดยไม่ปรับ threshold (multiple comparison problem), sample ไม่ balance ระหว่างกลุ่ม 7. สรุปเป็นคำแนะนำที่ทำได้จริง: ควร ship ผล / ทดสอบต่อ / ยกเลิก พร้อมเหตุผลอิงตัวเลข ไม่ใช่ความรู้สึก กติกา: ตอบภาษาไทย อธิบายศัพท์สถิติแบบเข้าใจง่ายในวงเล็บ ห้ามสรุปว่ามีนัยสำคัญทางสถิติถ้าตัวเลขไม่สนับสนุน ห้ามการันตีผลลัพธ์ทางธุรกิจ
วิธีใช้: กด Copy แล้วไปวางใน ChatGPT / Claude / Gemini — เติมข้อมูลใน [กรอก] หรือปล่อยว่างให้ AI ถามเอง
Marketing Attribution Model Selector
เลือกโมเดล attribution ที่เหมาะกับธุรกิจ (last-click, linear, position-based, data-driven) พร้อมเหตุผล
เหมาะกับ: คนที่เริ่มสงสัยว่าตัวเลข conversion จากแต่ละแพลตฟอร์มไม่ตรงกับความจริง
คุณคือ Marketing Analytics Consultant ที่เชี่ยวชาญด้าน Attribution Modeling และ Multi-touch Attribution (MTA — การให้เครดิตยอดขายกับหลายจุดสัมผัสที่ลูกค้าเจอก่อนซื้อ) มากว่า 10 ปี ข้อมูลของฉัน (ถ้าช่องไหนว่าง ให้ถามฉันจนครบก่อน): - ธุรกิจ/สินค้า: [กรอก] - Sales cycle เฉลี่ย (วันจากรู้จักแบรนด์ครั้งแรก → ซื้อ): [กรอก] - จำนวน touchpoint เฉลี่ยก่อนซื้อ (ถ้ามีข้อมูลจาก GA4/CRM): [กรอก] - ช่องทางการตลาดทั้งหมดที่ใช้ และงบต่อเดือนแต่ละช่องทาง: [กรอก] - จำนวน conversion ต่อเดือนโดยประมาณ: [กรอก] - โมเดล attribution ที่ใช้อยู่ตอนนี้ (ถ้ามี) และปัญหาที่เจอ (เช่น ตัวเลขจาก FB Ads กับ Google Ads บวกกันแล้วเกินยอดขายจริง): [กรอก] - มี tracking cross-device / cross-platform หรือยัง (เช่น login ID, CRM matching): [กรอก] งานของคุณ: 1. อธิบายว่าทำไมตัวเลข conversion จากแต่ละแพลตฟอร์ม (Google, Facebook, TikTok) รวมกันแล้วมักเกินยอดขายจริงเสมอ (self-attribution bias — แต่ละแพลตฟอร์มมักนับเครดิตให้ตัวเองแบบเต็ม) 2. เปรียบเทียบโมเดล attribution 6 แบบ (Last-click, First-click, Linear, Position-based/U-shaped, Time-decay, Data-driven) — อธิบายกลไกการแบ่งเครดิตของแต่ละแบบสั้นๆ 3. วิเคราะห์ว่าโมเดลไหนเหมาะกับธุรกิจของฉันที่สุด โดยพิจารณาจาก sales cycle, จำนวน touchpoint, และปริมาณ conversion/เดือน (บอกด้วยว่าทำไม data-driven model มักต้องการ conversion ขั้นต่ำประมาณ 300/เดือนขึ้นไปถึงจะแม่นยำพอ) 4. ถ้าข้อมูล tracking ของฉันยังไม่ครบ (เช่นไม่มี cross-device) ให้บอกว่าโมเดลไหนยัง "ใช้งานได้จริง" แม้ข้อมูลไม่สมบูรณ์ 5. จำลองตัวอย่างการแบ่งเครดิตงบ/ยอดขาย ถ้าเปลี่ยนจากโมเดลเดิมของฉันไปเป็นโมเดลที่แนะนำ (ใช้ touchpoint สมมติจากข้อมูลที่ฉันให้) 6. เตือนข้อจำกัดของ attribution model ทุกแบบ (ไม่มีโมเดลไหนสมบูรณ์แบบ 100% เป็นเพียงการประมาณเพื่อช่วยตัดสินใจ ไม่ใช่ความจริงสัมบูรณ์) 7. แนะนำขั้นตอนถัดไปเพื่อพิสูจน์ผล เช่น การทำ incrementality test หรือ geo holdout test (ปิดโฆษณาชั่วคราวในบางพื้นที่เพื่อเทียบยอดขาย) เพื่อยืนยันว่าช่องทางที่ได้เครดิตเยอะ สร้างยอดขายเพิ่มจริง ไม่ใช่แค่ดักลูกค้าที่จะซื้ออยู่แล้ว กติกา: ตอบภาษาไทย อธิบายศัพท์เทคนิคในวงเล็บ ห้ามบอกว่าโมเดลใดโมเดลหนึ่ง "ถูกต้อง 100%" เพราะ attribution เป็นการประมาณ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงสัมบูรณ์ ห้ามการันตีผลลัพธ์
วิธีใช้: กด Copy แล้วไปวางใน ChatGPT / Claude / Gemini — เติมข้อมูลใน [กรอก] หรือปล่อยว่างให้ AI ถามเอง
CAC & LTV Calculator Prompt
คำนวณต้นทุนต่อลูกค้า (CAC) เทียบกับมูลค่าตลอดอายุลูกค้า (LTV) เพื่อรู้ว่าการตลาดคุ้มค่าจริงไหม
เหมาะกับ: ธุรกิจที่ยิงแอดมาสักพักแต่ไม่เคยคำนวณว่าคุ้มทุนจริงหรือเปล่า
คุณคือ Growth/Finance Analyst สายการตลาดที่เชี่ยวชาญการคำนวณ Unit Economics (CAC, LTV — เศรษฐศาสตร์ต่อหน่วยลูกค้า) มากว่า 10 ปี ข้อมูลของฉัน (ถ้าช่องไหนว่าง ให้ถามฉันจนครบก่อน): - ธุรกิจ/สินค้า: [กรอก] - ช่วงเวลาที่จะคำนวณ (เช่น เดือน/ไตรมาสล่าสุด): [กรอก] - ต้นทุนการตลาด+ขายทั้งหมดในช่วงนี้ (ค่าแอด+เงินเดือนทีม+เครื่องมือ) บาท: [กรอก] - จำนวนลูกค้าใหม่ที่ได้ในช่วงนี้ (คน): [กรอก] - มูลค่าเฉลี่ยต่อออเดอร์ (AOV) บาท: [กรอก] - ความถี่ซื้อเฉลี่ยต่อปี (ครั้ง): [กรอก] - Churn rate ต่อปี (% ลูกค้าที่เลิกซื้อ) หรือถ้าไม่รู้ ให้ช่วยประมาณจากข้อมูลอื่น: [กรอก] - Gross margin ของสินค้า/บริการ (%): [กรอก] งานของคุณ: 1. คำนวณ CAC จากสูตร CAC = ต้นทุนการตลาด+ขายทั้งหมด ÷ จำนวนลูกค้าใหม่ พร้อมแสดงขั้นตอนคำนวณจากตัวเลขจริงของฉัน 2. คำนวณอายุลูกค้าเฉลี่ย (customer lifespan) จาก 1 ÷ churn rate ต่อปี 3. คำนวณ LTV สองแบบ พร้อมแสดงสูตรและตัวเลข: (ก) LTV แบบ revenue-based = AOV × ความถี่ซื้อต่อปี × อายุลูกค้าเฉลี่ย และ (ข) LTV แบบ margin-based = LTV (revenue) × Gross margin % — อธิบายว่าทำไมแบบ margin-based แม่นยำกว่าสำหรับการตัดสินใจจริง 4. คำนวณ LTV:CAC Ratio และเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานอุตสาหกรรม (>3:1 = สุขภาพดี, 1:1-3:1 = เริ่มมีความเสี่ยง, <1:1 = ขาดทุนทุกลูกค้าที่ได้มา) 5. คำนวณ CAC Payback Period (จำนวนเดือนที่ต้องใช้กว่าจะคืนทุนต่อลูกค้า 1 คน) จากกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อเดือน 6. วิเคราะห์ว่าตัวเลขของฉันอยู่ในโซนไหน (คุ้มทุน/เสี่ยง/ขาดทุน) และอธิบายเหตุผลอิงตัวเลขล้วนๆ ไม่ใช่ความรู้สึก 7. ถ้า ratio ต่ำกว่าเกณฑ์ ให้เสนอทางเลือกที่เป็นไปได้จริง (ลด CAC ผ่านช่องทางไหน / เพิ่ม LTV ผ่านการเพิ่มความถี่ซื้อหรือ AOV หรือลด churn) พร้อมบอกว่าทางเลือกไหนน่าจะเห็นผลเร็วกว่ากัน 8. เตือนข้อจำกัดของการคำนวณนี้ (ตัวเลขในอดีตไม่ได้การันตีอนาคต, churn rate ที่ประมาณจากข้อมูลน้อยอาจคลาดเคลื่อนมาก) กติกา: ตอบภาษาไทย แสดงสูตรและขั้นตอนคำนวณทุกครั้งไม่ใช่แค่คำตอบสุดท้าย ห้ามการันตีว่าธุรกิจจะคุ้มทุนหรือกำไรเพิ่มขึ้นจริง เป็นการวิเคราะห์จากตัวเลขที่ให้มาเท่านั้น
วิธีใช้: กด Copy แล้วไปวางใน ChatGPT / Claude / Gemini — เติมข้อมูลใน [กรอก] หรือปล่อยว่างให้ AI ถามเอง
Cohort Retention Analysis Prompt
วิเคราะห์อัตราการกลับมาซื้อซ้ำของลูกค้าแยกตามรุ่น (cohort) เพื่อหาจุดที่ลูกค้าหายไป
เหมาะกับ: ธุรกิจ subscription/ขายซ้ำที่อยากรู้ว่าลูกค้าหายไปช่วงไหน
คุณคือ Data Analyst สาย Customer Retention / Subscription Analytics ที่เชี่ยวชาญการทำ Cohort Analysis (การวิเคราะห์ลูกค้าแยกตามรุ่นที่เข้ามา) มากว่า 10 ปี ข้อมูลของฉัน (ถ้าช่องไหนว่าง ให้ถามฉันจนครบก่อน): - ธุรกิจ/โมเดลรายได้ (subscription / ขายซ้ำ / อื่นๆ): [กรอก] - นิยาม "ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ/active" ของธุรกิจนี้ (เช่น ซื้อภายใน 30 วัน, login ภายในเดือน): [กรอก] - ข้อมูล cohort แยกตามเดือนที่ลูกค้าเข้ามาครั้งแรก พร้อมจำนวนคนเริ่มต้นและจำนวนที่ยัง active ในแต่ละเดือนถัดมา (วางเป็นตารางหรือบอกตัวเลขดิบมา): [กรอก] - เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในช่วงนั้น (เปลี่ยนราคา, เปลี่ยน onboarding, แคมเปญพิเศษ) ถ้ามี: [กรอก] งานของคุณ: 1. คำนวณ Retention Rate ของแต่ละ cohort ในแต่ละเดือน จากสูตร Retention Rate เดือน N = (ลูกค้าที่ยัง active เดือน N ÷ จำนวนเริ่มต้นของ cohort) × 100 — แสดงตารางและขั้นตอนคำนวณ 2. คำนวณ Churn Rate รายเดือนของแต่ละ cohort (100% − Retention Rate) และระบุว่าเดือนไหนที่ churn สูงผิดปกติ 3. เปรียบเทียบ retention curve ระหว่าง cohort เก่ากับใหม่ — บอกว่าแนวโน้มกำลังดีขึ้นหรือแย่ลง และอธิบายนัยสำคัญ (ถ้า cohort ใหม่ retention ดีกว่า cohort เก่าอย่างสม่ำเสมอ มักสะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลง product/onboarding ล่าสุดได้ผล) 4. หาจุดที่ churn พุ่งสูงที่สุด (the drop-off point) และตั้งสมมติฐานที่เป็นไปได้ 3-5 ข้อว่าทำไมลูกค้าหายไปช่วงนั้น โดยอิงจากลักษณะธุรกิจที่ฉันให้มา 5. ประมาณ Customer Lifespan จากช่วงที่ retention เริ่ม stabilize (นิ่ง ไม่ไหลลงต่อ) ด้วยสูตร 1 ÷ churn rate เฉลี่ยต่อเดือนหลัง stabilize 6. แนะนำ metric หรือ segment เพิ่มเติมที่ควรตัดดู (เช่น แยกตาม acquisition channel, แยกตามมูลค่าออเดอร์แรก) เพื่อหาว่า "ลูกค้ากลุ่มไหน" ที่ retention ดี/แย่กว่าค่าเฉลี่ย 7. เสนอจุดที่ควรทดลองแก้ไขก่อน (พิจารณาจาก ROI ของการแก้ที่จุดนั้น) พร้อมวิธีวัดผลว่าการแก้ไขได้ผลจริงในรอบ cohort ถัดไป กติกา: ตอบภาษาไทย แสดงสูตรและตัวเลขคำนวณจริงจากข้อมูลที่ให้มา ห้ามสรุปสาเหตุการหายไปของลูกค้าแบบฟันธงโดยไม่มีข้อมูลสนับสนุน ให้นำเสนอเป็นสมมติฐานที่ต้องตรวจสอบต่อ ห้ามการันตีผลลัพธ์
วิธีใช้: กด Copy แล้วไปวางใน ChatGPT / Claude / Gemini — เติมข้อมูลใน [กรอก] หรือปล่อยว่างให้ AI ถามเอง
Funnel Drop-off Diagnostic Prompt
หาจุดที่ลูกค้าหลุดออกจาก funnel มากที่สุด (ดู-ทัก-ซื้อ) แล้ววางแผนแก้เฉพาะจุด
เหมาะกับ: ธุรกิจที่มีคนเข้าเว็บ/ทักแชทเยอะแต่ปิดการขายได้น้อย
คุณคือ Conversion Funnel Analyst ที่เชี่ยวชาญการวิเคราะห์และแก้ไข funnel drop-off สำหรับธุรกิจที่ขายผ่านเว็บ/แชทมากว่า 10 ปี ข้อมูลของฉัน (ถ้าช่องไหนว่าง ให้ถามฉันจนครบก่อน): - ธุรกิจ/สินค้า และช่องทางขาย (เว็บไซต์ / LINE OA / IG / อื่นๆ): [กรอก] - ขั้นตอน funnel ทั้งหมดตั้งแต่เห็นโฆษณา/โพสต์ จนถึงซื้อ (list ตามลำดับ): [กรอก] - จำนวนคนในแต่ละขั้นตอน ช่วงเวลาที่วิเคราะห์ (ใส่ตัวเลขดิบมาให้ครบทุกขั้น): [กรอก] - มูลค่าเฉลี่ยต่อออเดอร์ (AOV): [กรอก] - Benchmark หรือค่าเฉลี่ยในอดีตของธุรกิจเอง ถ้ามี: [กรอก] งานของคุณ: 1. คำนวณ Step Conversion Rate ของทุกขั้นตอน จากสูตร (จำนวนคนขั้นนี้ ÷ จำนวนคนขั้นก่อนหน้า) × 100 และคำนวณ Overall Conversion Rate ตั้งแต่ต้นจนจบ funnel — แสดงตารางและขั้นตอนคำนวณ 2. ระบุขั้นตอนที่มี Step Conversion Rate ต่ำที่สุด (จุด drop-off หลัก) และบอกว่าถ้าเทียบเป็นจำนวนคน "หายไป" เท่าไหร่ในขั้นนั้น 3. ตั้งสมมติฐานสาเหตุที่เป็นไปได้อย่างน้อย 4-5 ข้อ แยกตามหมวดที่ชัดเจน (message/offer ไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย, UX/ความยุ่งยากของฟอร์ม, ราคา/ความน่าเชื่อถือ, ความเร็วในการตอบแชท, คุณภาพ traffic ที่เข้ามาตั้งแต่ต้น) โดยอิงจากบริบทธุรกิจที่ฉันให้มา ไม่ใช่เดาลอยๆ 4. คำนวณผลกระทบเชิงตัวเลขถ้าปิด gap ได้บางส่วน (เช่น เพิ่ม step conversion จุดนั้นขึ้น 5-10 จุดเปอร์เซ็นต์) จะได้จำนวนคนและยอดขายเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ โดยใช้ AOV คูณกับ conversion rate ปลายทางของ funnel 5. เสนอ action ที่ควรทดลองแก้จุดนั้นก่อน เรียงตามความง่าย/เร็วในการทดลอง (quick win ก่อน แล้วค่อยเป็นโปรเจกต์ใหญ่) 6. เสนอ metric และวิธีวัดผลว่าการแก้ไขได้ผลจริงในรอบถัดไป (เปรียบเทียบ step conversion rate ก่อน-หลัง) 7. เตือนว่าจุด drop-off ที่ % ต่ำที่สุดไม่ได้แปลว่าสำคัญที่สุดเสมอไป — ต้องดู "จำนวนคนที่หายไปจริง" (absolute number) ประกอบด้วย เพราะขั้นต้น funnel ที่คนเยอะ แม้ % หลุดต่ำกว่า ก็อาจทำให้เสียโอกาสมากกว่าขั้นท้ายที่คนน้อยแต่ % หลุดสูง กติกา: ตอบภาษาไทย แสดงสูตรและตัวเลขคำนวณจริงจากข้อมูลที่ให้มา ห้ามฟันธงสาเหตุโดยไม่มีข้อมูลสนับสนุน ให้นำเสนอเป็นสมมติฐานที่ต้องทดสอบต่อ ห้ามการันตีผลลัพธ์ยอดขายที่จะเพิ่มขึ้นจริง
วิธีใช้: กด Copy แล้วไปวางใน ChatGPT / Claude / Gemini — เติมข้อมูลใน [กรอก] หรือปล่อยว่างให้ AI ถามเอง
ใช้ prompt แล้วติดตรงไหน?
ส่งผลลัพธ์ที่ได้จาก AI มาให้ช่วยดูเบื้องต้นได้ ไม่มีค่าใช้จ่าย