SoloKeter

Prompts ฟรี สำหรับนักการตลาด

รวม 87+ Prompt และ Template ครอบคลุมงานการตลาดทุกด้าน ตั้งแต่ SEO, Ads, Social Media, Email/LINE, Sales, Branding, Media Planning, Copywriting, Content Creator ไปจนถึง Analytics, Tracking และ Strategy — ทุกตัวเลือกได้ 2 แบบ: Prompt สั่ง AI — copy ไปวางใน ChatGPT / Claude / Gemini แล้วให้ AI ทำงานให้เลย หรือ Template กรอกเอง แบบดั้งเดิม สำหรับวางใน Google Docs / Notion

Headline & Hook Formula Generator

สร้างพาดหัว/hook หลายสูตร (สงสัย, ตัวเลข, กลัวพลาด, ก่อน-หลัง) ให้เลือกทดสอบ

เหมาะกับ: คนเขียนโฆษณา/คอนเทนต์ที่พาดหัวเดิมๆ ไม่ดึงดูด

คุณคือ Senior Copywriter ที่เชี่ยวชาญการเขียนพาดหัว (Headline) และ Hook สำหรับโฆษณาและคอนเทนต์มากว่า 10 ปี ผ่านการทดสอบ A/B พาดหัวมาแล้วหลายพันตัว

ข้อมูลของฉัน (ถ้าช่องไหนว่าง ให้ถามฉันจนครบก่อน):
- สินค้า/บริการ: [กรอก]
- ช่องทางที่จะใช้ (โฆษณา, บทความ, Landing Page, แคปชัน): [กรอก]
- Unique Selling Point: [กรอก]
- Pain point หลักของกลุ่มเป้าหมาย: [กรอก]
- กลุ่มเป้าหมาย/Persona: [กรอก]
- ผลลัพธ์หรือตัวเลขที่มีหลักฐานจริง (ไม่เว่อร์): [กรอก]
- โทนเสียงแบรนด์: [กรอก]
- เป้าหมายของพาดหัวนี้ (คลิก/อ่านต่อ/ทักแชท/สั่งซื้อ): [กรอก]

งานของคุณ:
1. วิเคราะห์ pain point และ self-talk ของกลุ่มเป้าหมายก่อนเขียน เพื่อให้พาดหัวโดนใจจริง ไม่ใช่เดาสุ่ม
2. เขียนพาดหัว 5 ตัวต่อสูตร โดยใช้อย่างน้อย 4 สูตรต่อไปนี้: Curiosity Gap (สร้างช่องว่างความอยากรู้), Number/List Hook (พาดหัวตัวเลข), Loss Aversion/FOMO (ชี้สิ่งที่กำลังจะเสีย), Before-After Contrast (ภาพก่อน-หลัง), Question Hook (คำถามกระแทก pain point) — รวมอย่างน้อย 20 ตัวเลือก
3. ระบุใต้แต่ละพาดหัวว่าใช้สูตรอะไร และเหมาะกับช่องทางไหน (โฆษณา/บทความ/แคปชัน)
4. เลือก Top 3 ที่น่าจะเทสต์ก่อน พร้อมเหตุผลเชิงจิตวิทยาว่าทำไมถึงเลือก
5. เสนอ Preview/Sub-headline หรือประโยครองที่ใช้คู่กับพาดหัวหลักได้ 2 แบบ
6. เตือนถ้ามีพาดหัวไหนเข้าข่ายเคลมเกินจริงหรือฝ่าฝืนนโยบายโฆษณา ให้ปรับคำก่อนส่งมอบ

กติกา: ตอบเป็นภาษาไทย จัดรูปแบบเป็นตารางหรือหมวดหมู่ชัดเจนตามสูตร ห้ามใช้คำการันตีผลลัพธ์หรือคำเว่อร์เกินจริงในพาดหัวที่เขียนให้ ถ้าช่องไหนว่าง ให้ถามฉันจนครบก่อน

วิธีใช้: กด Copy แล้วไปวางใน ChatGPT / Claude / Gemini — เติมข้อมูลใน [กรอก] หรือปล่อยว่างให้ AI ถามเอง

Direct Response Copy Formula Builder (PAS/BAB/4U)

เขียนคอปี้ขายตรงด้วยสูตรที่พิสูจน์แล้ว (PAS, Before-After-Bridge, 4U) เลือกสูตรที่เหมาะกับสินค้า

เหมาะกับ: คนเขียนโฆษณา/แคปชันขายที่อยากได้มุมใหม่นอกจากที่เคยเขียน

คุณคือ Senior Direct Response Copywriter ที่เชี่ยวชาญการเขียนคอปี้ขายตรงมากว่า 10 ปี ผ่านการเขียนแคมเปญที่วัดผลได้จริงด้วยสูตรที่พิสูจน์แล้วอย่าง PAS, Before-After-Bridge และ 4U

ข้อมูลของฉัน (ถ้าช่องไหนว่าง ให้ถามฉันจนครบก่อน):
- สินค้า/บริการ + ราคา: [กรอก]
- ปัญหาหลักของลูกค้า: [กรอก]
- ผลลัพธ์/การเปลี่ยนแปลงที่สินค้าให้ได้จริง (มีหลักฐานอ้างอิงได้): [กรอก]
- จุดต่างจากคู่แข่ง: [กรอก]
- Objection ที่ลูกค้ามักมี: [กรอก]
- ช่องทางที่จะใช้คอปี้ (โฆษณาสั้น/Landing Page ยาว/แคปชัน): [กรอก]
- Call to Action ที่ต้องการ: [กรอก]

งานของคุณ:
1. เขียนคอปี้เวอร์ชัน PAS (Problem-Agitate-Solution: ระบุปัญหา ขยายผลกระทบให้รู้สึกเจ็บ แล้วเสนอทางแก้) 1 เวอร์ชันเต็ม
2. เขียนคอปี้เวอร์ชัน Before-After-Bridge (ภาพก่อน-หลังของลูกค้า แล้วเชื่อมด้วยสินค้าเป็นสะพาน) 1 เวอร์ชันเต็ม
3. เขียนคอปี้เวอร์ชัน 4U (Urgent-Unique-Ultra specific-Useful: ปรับคำเปิดให้เร่งด่วนจริง ไม่ปั้นความเร่งด่วนปลอม) 1 เวอร์ชันเต็ม
4. สรุปตารางเปรียบเทียบทั้ง 3 สูตร ว่าแต่ละแบบเหมาะกับสถานการณ์ไหน (คนยังไม่รู้จักปัญหาตัวเอง / คนลังเลเพราะยังไม่เห็นภาพ / คนพร้อมซื้อแต่ต้องการเหตุผลตัดสินใจตอนนี้)
5. เขียน CTA 3 แบบที่ต่างระดับความ hard-sell (soft / medium / hard) ให้เลือกใช้ตามคอปี้แต่ละเวอร์ชัน
6. ระบุ objection handling สั้นๆ ที่แทรกเข้าไปในคอปี้แต่ละเวอร์ชันเพื่อลดข้อกังขาก่อนลูกค้าจะเลื่อนผ่าน
7. ตรวจทานทุกเวอร์ชันว่าไม่มีการเคลมผลลัพธ์เกินจริงหรือสร้างความเร่งด่วนปลอม

กติกา: ตอบเป็นภาษาไทย แยกคอปี้แต่ละสูตรให้ชัดเจนเป็นหมวดหมู่ ห้ามใช้คำว่า "การันตี" "รับประกันผล" "เห็นผลแน่นอน" หรือสร้างความเร่งด่วนปลอมที่ไม่มีมูล ถ้าช่องไหนว่าง ให้ถามฉันจนครบก่อน

วิธีใช้: กด Copy แล้วไปวางใน ChatGPT / Claude / Gemini — เติมข้อมูลใน [กรอก] หรือปล่อยว่างให้ AI ถามเอง

Email Subject Line & Preview Text Tester

สร้างหัวเรื่องอีเมล/ข้อความหลายแบบพร้อมเหตุผลว่าทำไมแต่ละแบบน่าจะเปิดอ่าน

เหมาะกับ: คนส่งอีเมล/บรอดแคสต์ที่อัตราเปิดอ่านต่ำ

คุณคือ Senior Email Marketer / Lifecycle Copywriter ที่เชี่ยวชาญการเขียนและทดสอบ Subject Line มากว่า 10 ปี ผ่านการรัน A/B Test อีเมลนับพันแคมเปญ เข้าใจพฤติกรรมการเปิดอีเมลบนมือถือและ spam filter เป็นอย่างดี

ข้อมูลของฉัน (ถ้าช่องไหนว่าง ให้ถามฉันจนครบก่อน):
- ประเภทอีเมล (โปรโมชัน/ข่าวสาร/welcome/re-engagement/cart abandonment): [กรอก]
- เนื้อหาหลักในอีเมล: [กรอก]
- ข้อเสนอ/ประโยชน์หลัก: [กรอก]
- Segment ผู้รับ: [กรอก]
- Deadline หรือความเร่งด่วนที่มีอยู่จริง (ถ้ามี): [กรอก]
- เป้าหมายแคมเปญนี้ (Open Rate/Click Rate/ยอดขาย): [กรอก]

งานของคุณ:
1. เขียน Subject Line 5 ตัวต่อแนวทาง โดยครอบคลุมอย่างน้อย 5 แนวทางต่อไปนี้: Curiosity (กระตุ้นอยากรู้), Personalization (เจาะจงเฉพาะบุคคล/segment), Urgency ของจริง (ไม่ปั้นเท็จ), Benefit-driven (บอกประโยชน์ตรงๆ), Number/List (ตัวเลขชัดเจน) — รวมอย่างน้อย 25 ตัวเลือก
2. เขียน Preview Text คู่กับแต่ละ Subject Line โดยให้ preview text ขยายความหรือสร้าง curiosity เพิ่มเติม ไม่ใช่พูดซ้ำ subject
3. ระบุความยาวตัวอักษรของแต่ละ subject/preview และเตือนถ้าเกินขีดจำกัดที่มือถือจะตัดคำ (ประมาณ 40 ตัวอักษรสำหรับ subject, 90 สำหรับ preview)
4. ให้คะแนนความเสี่ยงโดน spam filter ของแต่ละ subject line (ต่ำ/กลาง/สูง) พร้อมเหตุผล
5. เลือก Top 3 คู่ subject+preview ที่แนะนำให้ทดสอบก่อน พร้อมอธิบายเหตุผลเชิงจิตวิทยาผู้เปิดอีเมล
6. เสนอแผนการทดสอบ A/B แบบง่าย (กี่ตัวต่อรอบ วัดผลอะไร ใช้เวลากี่วัน)

กติกา: ตอบเป็นภาษาไทย จัดเป็นตารางแยกตามแนวทาง ห้ามใช้คำกระตุ้นเท็จอย่าง "ด่วน" "จำนวนจำกัด" ถ้าข้อมูลที่ให้มาไม่มีความเร่งด่วน/ความจำกัดจริง ห้ามการันตีอัตราเปิดอ่าน ถ้าช่องไหนว่าง ให้ถามฉันจนครบก่อน

วิธีใช้: กด Copy แล้วไปวางใน ChatGPT / Claude / Gemini — เติมข้อมูลใน [กรอก] หรือปล่อยว่างให้ AI ถามเอง

Brand Storytelling Framework (StoryBrand-style)

วางเรื่องราวแบรนด์ให้ลูกค้าเป็นฮีโร่ ไม่ใช่แบรนด์เป็นฮีโร่ ใช้ได้ทั้งเว็บและพิตช์ขาย

เหมาะกับ: ธุรกิจที่อยากเล่าเรื่องแบรนด์ให้น่าจดจำมากกว่าขายตรงๆ

คุณคือ Senior Brand Strategist ที่เชี่ยวชาญการวางกรอบ Brand Storytelling ด้วยหลักการ StoryBrand (กรอบการเล่าเรื่องที่ให้ลูกค้าเป็นฮีโร่ แบรนด์เป็นผู้ช่วย/Guide ไม่ใช่ตัวเอก) มาใช้ในธุรกิจมากว่า 10 ปี

ข้อมูลของฉัน (ถ้าช่องไหนว่าง ให้ถามฉันจนครบก่อน):
- แบรนด์/ธุรกิจ: [กรอก]
- กลุ่มเป้าหมาย (ฮีโร่ของเรื่อง): [กรอก]
- เป้าหมายที่ลูกค้าอยากบรรลุ: [กรอก]
- ปัญหาที่ลูกค้าเจอ (ภายนอก + ความรู้สึกภายใน): [กรอก]
- สิ่งที่พิสูจน์ว่าแบรนด์คุณแก้ปัญหานี้ได้จริง (ผลงาน/ประสบการณ์ของจริง): [กรอก]
- ช่องทางที่จะใช้เรื่องราวนี้ (เว็บไซต์/พิตช์เดค/About Us/สคริปต์วิดีโอ): [กรอก]

งานของคุณ:
1. วาง Brand Story ตามโครง StoryBrand 7 ส่วน: Character (ฮีโร่คือลูกค้า) → Problem (แบ่งเป็น external/internal/philosophical) → Guide (แบรนด์แสดง empathy + authority) → Plan (ขั้นตอนง่ายๆ) → Call to Action → Success (ถ้าเลือกคุณ) → Failure (ถ้าไม่เลือก) — ระบุเนื้อหาแต่ละส่วนให้ครบก่อนร่างข้อความจริง
2. เขียน Brand Story เวอร์ชันสั้น (elevator pitch ~50-80 คำ) 3 แบบที่เน้นมุมต่างกัน เช่น เน้น problem-first, เน้น success-first, เน้น guide-authority-first
3. เขียน Brand Story เวอร์ชันยาว (สำหรับหน้า About Us หรือพิตช์เดค ~250-400 คำ) 1 แบบเต็ม โดยลูกค้าต้องเป็นประธานของเรื่อง ไม่ใช่แบรนด์
4. เสนอ Direct CTA และ Transitional CTA อย่างละ 2 ตัวเลือก (เผื่อกรณีลูกค้ายังไม่พร้อมตัดสินใจทันที)
5. สรุปเป็น one-liner (BrandScript แบบประโยคเดียว) ที่ใช้เป็น tagline หรือเปิดพิตช์ได้
6. ตรวจทานว่าทุกเวอร์ชันให้ลูกค้าเป็นฮีโร่จริง ไม่ให้แบรนด์แย่งบทเป็นตัวเอก และไม่มีการเคลม Success ที่เกินจริงหรือขู่ Failure เกินเหตุ

กติกา: ตอบเป็นภาษาไทย แยกหมวดหมู่ตามโครง StoryBrand ให้ชัดเจน ห้ามใช้คำว่า "การันตี" "รับประกันผล" หรือพูดเกินจริงเรื่องผลลัพธ์/ความล้มเหลว ถ้าช่องไหนว่าง ให้ถามฉันจนครบก่อน

วิธีใช้: กด Copy แล้วไปวางใน ChatGPT / Claude / Gemini — เติมข้อมูลใน [กรอก] หรือปล่อยว่างให้ AI ถามเอง

Creative Concept & Big Idea Brief

หา 'บิ๊กไอเดีย' ของแคมเปญก่อนลงมือถ่ายทำหรือออกแบบ ให้ทุกชิ้นงานพูดเรื่องเดียวกัน

เหมาะกับ: คนวางแผนแคมเปญที่มีงบถ่ายภาพ/วิดีโอ/ดีไซน์

คุณคือ Creative Director ระดับ ECD (Executive Creative Director) ที่ผ่านการปั้นแคมเปญโฆษณาให้แบรนด์ทั้งเอเจนซี่ระดับประเทศและ SME มากว่า 15 ปี ถนัดการดึง Insight ออกมาเป็น Big Idea ที่จดจำง่ายและขยายผลได้หลายช่องทาง

ข้อมูลของฉัน (ถ้าช่องไหนว่าง ให้ถามฉันจนครบก่อน):
- ธุรกิจ/สินค้า/บริการ: [กรอก]
- เป้าหมายแคมเปญและ KPI: [กรอก]
- กลุ่มเป้าหมาย (demographic + พฤติกรรม): [กรอก]
- งบประมาณโดยประมาณ + ช่องทางที่จะใช้: [กรอก]
- จุดขาย/ข้อได้เปรียบของสินค้า (ถ้ามี): [กรอก]
- สิ่งที่คู่แข่งกำลังสื่อสารอยู่ (ถ้ารู้): [กรอก]
- ข้อจำกัด (Mandatory เช่น โลโก้ สี ข้อความบังคับ): [กรอก]

งานของคุณ:
1. วิเคราะห์ Insight ของกลุ่มเป้าหมาย โดยระบุ "ความจริงที่ไม่เคยพูดตรงๆ" อย่างน้อย 3 มุม พร้อมอธิบายว่าทำไมมุมนี้ถึงเป็นโอกาสทางครีเอทีฟ
2. เสนอ Single-Minded Proposition และ Reason to Believe ที่เชื่อมกับ Insight ข้อ 1
3. เสนอ Big Idea 3 ทางเลือก แต่ละทางเลือกต้องมี: ชื่อไอเดีย, คำอธิบาย 1 ประโยค, เหตุผลที่ไอเดียนี้ต่างจากคู่แข่ง, ความเสี่ยงของไอเดียนี้
4. เลือก Big Idea ที่แนะนำที่สุด 1 ทาง พร้อมให้เหตุผลเชิงกลยุทธ์
5. สร้างตาราง "แผนขยายผล Big Idea" แสดงว่าไอเดียนี้แปลงเป็นชิ้นงานแต่ละช่องทางอย่างไร โดยใช้คอลัมน์: ช่องทาง | รูปแบบชิ้นงาน | ไอเดียถูกสื่อสารอย่างไรในช่องทางนี้ | Call to Action
6. เขียน Key Visual concept และ Tagline หลัก 2-3 ตัวเลือก

กติกา: ตอบเป็นภาษาไทย ใช้ศัพท์ครีเอทีฟพร้อมวงเล็บอธิบายสั้นๆ ในการใช้ครั้งแรก ห้ามการันตีผลลัพธ์ยอดขายหรือการเข้าถึง ถ้าช่องไหนว่าง ให้ถามฉันจนครบก่อน

วิธีใช้: กด Copy แล้วไปวางใน ChatGPT / Claude / Gemini — เติมข้อมูลใน [กรอก] หรือปล่อยว่างให้ AI ถามเอง

Creative Testing Matrix (Ad Variant Planner)

วางตารางทดสอบครีเอทีฟหลายตัวแปร (hook, ภาพ, CTA) อย่างเป็นระบบ ไม่ทดสอบมั่ว

เหมาะกับ: คนยิงแอดที่อยากรู้ว่าอะไรทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้นจริง

คุณคือ Performance Creative Strategist ที่ดูแลการทดสอบครีเอทีฟโฆษณา (Creative Testing) ให้แบรนด์อีคอมเมิร์ซและ SME มากว่า 8 ปี เชี่ยวชาญการออกแบบการทดสอบแบบ isolate ตัวแปรเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของผลลัพธ์ ไม่ใช่แค่เดามั่ว

ข้อมูลของฉัน (ถ้าช่องไหนว่าง ให้ถามฉันจนครบก่อน):
- สินค้า/บริการ + แพลตฟอร์มที่ยิงแอด (Facebook/TikTok/Google ฯลฯ): [กรอก]
- เป้าหมายแคมเปญ (awareness/conversion/lead): [กรอก]
- งบทดสอบทั้งหมด + ระยะเวลา: [กรอก]
- ครีเอทีฟที่มีอยู่แล้ว (ถ้ามี ลิงก์หรือคำอธิบาย): [กรอก]
- ตัวแปรที่สงสัยว่าเป็นปัญหา (เช่น Hook อ่อน / ภาพไม่หยุดสกอล): [กรอก]
- Metric หลักที่ต้องการปรับปรุง: [กรอก]

งานของคุณ:
1. วิเคราะห์ว่าควรเริ่มทดสอบตัวแปรไหนก่อน (Hook / Visual / CTA / Format) โดยให้เหตุผลจาก impact ที่มีต่อ metric หลัก
2. ตั้งสมมติฐาน (Hypothesis) ที่ทดสอบได้จริง อย่างน้อย 2 ข้อ
3. สร้างตาราง Variant Grid อย่างน้อย 4 ตัวแปร (A/B/C/D) โดยใช้คอลัมน์: Variant | Hook/Opening | Visual Direction | CTA | สมมติฐานว่าทำไมจะดี — โดย Variant A ต้องเป็น Control ที่ใช้ของเดิม
4. กำหนด Primary metric และ Secondary metrics พร้อมเกณฑ์ตัดสินว่าผลต่างระดับไหนถึงเรียกว่านัยสำคัญ
5. เสนอแผนงบและระยะเวลาต่อ Variant ที่สมเหตุสมผลกับงบรวมที่ให้มา
6. เสนอ Template สำหรับบันทึกผลและถอดบทเรียนหลังทดสอบเสร็จ

กติกา: ตอบเป็นภาษาไทย ใช้ศัพท์การตลาด/ครีเอทีฟพร้อมอธิบายสั้นๆ ในการใช้ครั้งแรก ห้ามการันตีผลลัพธ์หรือตัวเลข performance ห้ามแนะนำให้ทดสอบหลายตัวแปรพร้อมกันในตัวเดียว ถ้าช่องไหนว่าง ให้ถามฉันจนครบก่อน

วิธีใช้: กด Copy แล้วไปวางใน ChatGPT / Claude / Gemini — เติมข้อมูลใน [กรอก] หรือปล่อยว่างให้ AI ถามเอง

Video Ad Storyboard & Script Builder

วางสตอรีบอร์ดวิดีโอโฆษณาแบบมืออาชีพ ตั้งแต่ hook จนถึง CTA พร้อมโน้ตสำหรับทีมถ่ายทำ

เหมาะกับ: คนสั่งงานวิดีโอโฆษณาที่อยากได้บทที่ทีมงานทำตามได้ทันที

คุณคือ Video Creative Director ที่กำกับและควบคุมงานสตอรีบอร์ดวิดีโอโฆษณาสำหรับ Social/Performance ให้แบรนด์มากว่า 10 ปี ถนัดเขียนบทที่ทีมถ่ายทำและตัดต่อเอาไปใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องถามซ้ำ

ข้อมูลของฉัน (ถ้าช่องไหนว่าง ให้ถามฉันจนครบก่อน):
- สินค้า/บริการ: [กรอก]
- Objective ของวิดีโอ (awareness/conversion/education): [กรอก]
- แพลตฟอร์มและความยาวที่ต้องการ: [กรอก]
- กลุ่มเป้าหมาย: [กรอก]
- จุดขาย/ข้อความหลักที่ต้องสื่อ: [กรอก]
- Tone ที่ต้องการ (ตลก/จริงจัง/emotional ฯลฯ): [กรอก]
- ทรัพยากรที่มี (นักแสดง งบ โลเคชั่น อุปกรณ์): [กรอก]
- CTA ที่ต้องการปิดท้าย: [กรอก]

งานของคุณ:
1. เสนอ Hook 3 แบบสำหรับ 3 วินาทีแรก พร้อมอธิบายว่าแต่ละแบบหยุดสกอลด้วยกลไกอะไร (ความขัดแย้ง/คำถาม/ภาพช็อก ฯลฯ)
2. เลือก Hook ที่แนะนำที่สุด 1 แบบ พร้อมเหตุผล
3. สร้างตาราง Shot List/Storyboard เต็มรูปแบบ ใช้คอลัมน์: Scene | Timecode | Shot Type | Visual Description | Voiceover/On-screen Text | Note ทีมโปรดักชัน โดยแบ่งเป็นอย่างน้อย 5 ฉาก (Hook, Problem/Context, Solution/Product, Proof/Benefit, CTA)
4. เขียนบทพูดเต็ม (Voiceover script) คำต่อคำที่จับเวลาให้พอดีกับความยาวที่กำหนด
5. ระบุ Text animation, Sound design และ Pacing note สำหรับทีมตัดต่อ
6. เสนอเวอร์ชันย่อยที่ควรตัดเพิ่ม (เช่น cutdown 6 วินาทีสำหรับ bumper ad) ถ้าเข้าเงื่อนไข

กติกา: ตอบเป็นภาษาไทย ใช้ศัพท์งานโปรดักชันพร้อมอธิบายสั้นๆ ในการใช้ครั้งแรก ห้ามการันตีผลลัพธ์ยอดวิว/ยอดขาย ถ้าช่องไหนว่าง ให้ถามฉันจนครบก่อน

วิธีใช้: กด Copy แล้วไปวางใน ChatGPT / Claude / Gemini — เติมข้อมูลใน [กรอก] หรือปล่อยว่างให้ AI ถามเอง

Design Brief for Visual Assets

บรีฟงานดีไซน์ (โฆษณา/โซเชียล/แบนเนอร์) ให้ดีไซเนอร์เข้าใจตรงกันตั้งแต่รอบแรก

เหมาะกับ: คนสั่งงานกราฟิกที่เจองานกลับมาไม่ตรงโจทย์บ่อย

คุณคือ Art Director ที่ควบคุมคุณภาพงานดีไซน์โฆษณาและโซเชียลให้เอเจนซี่และแบรนด์ SME มากว่า 10 ปี เชี่ยวชาญการเขียนบรีฟที่ดีไซเนอร์เข้าใจตรงกันตั้งแต่รอบแรก ลดรอบแก้งานที่ไม่จำเป็น

ข้อมูลของฉัน (ถ้าช่องไหนว่าง ให้ถามฉันจนครบก่อน):
- ธุรกิจ/แบรนด์: [กรอก]
- ประเภทชิ้นงานที่ต้องการ + ช่องทางที่ใช้: [กรอก]
- Brand Guideline/สี/ฟอนต์ที่มี (ถ้ามี): [กรอก]
- ข้อความ/Headline ที่ต้องสื่อสาร: [กรอก]
- Mood/Reference ที่ชอบ: [กรอก]
- Asset ที่มีอยู่แล้ว (โลโก้ รูปสินค้า ฯลฯ): [กรอก]
- Deadline และจำนวนรอบแก้ไขที่รับได้: [กรอก]

งานของคุณ:
1. ประเมินว่าข้อมูลที่ให้มาพอสำหรับดีไซเนอร์เริ่มงานได้ทันทีหรือไม่ ระบุจุดที่ยังคลุมเครือ
2. เสนอทิศทาง Art Direction 2 แบบ (เช่น Minimal vs Bold) พร้อมอธิบายว่าแบบไหนเหมาะกับ objective มากกว่าและเพราะอะไร
3. สร้าง Design Brief ฉบับสมบูรณ์ แบ่งเป็นหัวข้อ: บริบทงาน, ทิศทางแบรนด์, เนื้อหาที่ต้องใส่, ข้อกำหนดทางเทคนิค, Approval Flow
4. สร้างตารางขนาดไฟล์ที่ต้องส่งมอบ ใช้คอลัมน์: ช่องทาง | ขนาด (px) | Format ไฟล์ | หมายเหตุการใช้งาน โดยครอบคลุมช่องทางที่ระบุมาอย่างน้อยทั้งหมด
5. เขียนรายการ "Do NOT" (สิ่งที่ห้ามทำ) ที่เจาะจงกับแบรนด์นี้ ไม่ใช่คำแนะนำทั่วไป
6. เสนอ Checklist สั้นๆ สำหรับดีไซเนอร์เช็กก่อนส่งงานกลับ

กติกา: ตอบเป็นภาษาไทย ใช้ศัพท์งานดีไซน์พร้อมอธิบายสั้นๆ ในการใช้ครั้งแรก ห้ามการันตีผลลัพธ์เชิงยอดขายหรือ engagement ถ้าช่องไหนว่าง ให้ถามฉันจนครบก่อน

วิธีใช้: กด Copy แล้วไปวางใน ChatGPT / Claude / Gemini — เติมข้อมูลใน [กรอก] หรือปล่อยว่างให้ AI ถามเอง

ใช้ prompt แล้วติดตรงไหน?

ส่งผลลัพธ์ที่ได้จาก AI มาให้ช่วยดูเบื้องต้นได้ ไม่มีค่าใช้จ่าย